พุธที่ 22 กรกฎาคม 2563 เวลา 07.50 น. เดลินิวส์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับว่าวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ในสหรัฐ “จะแย่กว่านี้อีก” ก่อนเริ่มดีขึ้น และ “กลับลำครั้งสำคัญ” ด้วยการขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แถลงเมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ในสหรัฐ โดยผู้นำสหรัฐซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างชัดเจน กล่าวว่าวิกฤติด้านสาธารณสุข “ที่น่าสยดสยอง” จะมีแนวโน้มเลวร้ายมากยิ่งขึ้นไปอีกในสหรัฐ ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มกลับมาดีขึ้น
แม้ทรัมป์ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าก่อนและหลังการแถลงข่าวครั้งนี้ แต่อาจถือได้ว่า “เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ” นับตั้งแต่เกิดวิกฤติโรคระบาดดังกล่าวในสหรัฐ เมื่อทรัมป์กล่าวว่า การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า “คือการการแสดงความรักชาติ” หากอยู่ในสถานที่ซึ่งไม่สามารถรักษาระยะห่างได้ ขอให้สวมหน้ากากอนามัย ไม่ว่าใจจริงจะอยากสวมหรือไม่ แต่ในภาวการณ์เช่นนี้ การสวมหน้ากากอนามัย “ย่อมส่งผลดี”
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐยังเรียกร้องให้กลุ่มคนหนุ่มสาวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงร่วมกิจกรรม และการรวมตัวในสถานที่แออัด โดยเฉพาะสถานบันเทิงซึ่งตอนนี้เป็นแหล่งที่มีความเสี่ยงสูงในการติดต่อโรค
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ในรายการของสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์ยืนกรานว่าเขาจะไม่มีทาง “ออกคำสั่งในทางกฎหมาย” ให้ประชาชนในสหรัฐต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เนื่องจากเรื่องดังกล่าว “เป็นสิทธิส่วนบุคคล” ขณะที่ทรัมป์สวมหน้ากากผ้าต่อหน้าสาธารณชน “ครั้งแรกอย่างเป็นทางการ” ระหว่างลงพื้นที่ศูนย์การแพทย์ทหาร “วอลเทอร์ รีด เมดิคอล” ชานกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา
ด้านรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ในฐานะประธานคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการตอบสนองโรคโควิด-19 ของทำเนียบขาว เน้นย้ำ “ความจำเป็น” ของการเปิดเศรษฐกิจ ท่ามกลางอัตราการติดเชื้อภายในประเทศที่กลับมาสูงอีกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มรัฐขนาดใหญ่ที่มีประชากรมาก คือแคลิฟอร์เนีย เทกซัส และฟลอริดา ซึ่งรองผู้นำสหรัฐยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้ “วิกฤติ” แต่ยืนยันว่ารัฐบาลกลางประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ว่าการของทุกรัฐ ในการกำหนดมาตรการตอบสนองต่อดรคให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าทางเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน เพนซ์ทิ้งท้ายด้วยการย้ำให้ชาวอเมริกัน “ให้เกียรติกัน” ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และการรักษาระยะห่างทางสังคม ทั้งนี้ เพนซ์และเจ้านห้าที่ระดับสูงแทบทุกคนในรัฐบาลวอชิงตัน สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเป็นประจำมากกว่าผู้นำสหรัฐ.
เครดิตภาพ : AP
