พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.04 น. เดลินิวส์

มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ของสหรัฐ รายงานสถิติผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศเพิ่มมากว่า 67,000 คน ภายในวันเดียว เป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ โดยผู้ป่วยครึ่งหนึ่งมาจาก 3 รัฐใหญ่คือเทกซัส แคลิฟอร์เนีย และฟลอริดา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ว่าศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ที่เมืองบัลติมอร์ ในรัฐแมริแลนด์ รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ของสหรัฐในรอบ 24 ชั่วโมงจนถึงเวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพุธ ( 07.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) ว่ามีผู้ติดเชื้ออีก 67,632 คน เป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ และเพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศเป็นอย่างน้อย 3,491,936 คน
ในวันเดียวกันมีการยืนยันผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในสหรัฐอีก 845 คน เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมเป็นอย่างน้อย 137,277 คน ขณะที่เมื่อจำแนกออกเป็นรัฐพบว่า กลุ่มรัฐขนาดใหญ่ยืนยันจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเป็นสถิติรายวันครั้งใหม่ โดยรัฐเทกซัสรายงานผู้ติดเชื้อในรอบ 24 ชั่งโมงที่ผ่านมา 10,791 คน และผู้เสียชีวิต 110 คน ด้านรัฐแคลิฟอร์เนียยืนยันผู้ป่วยใหม่ 11,125 คน และผู้เสียชีวิตอีก 140 คน และรัฐฟลอริดายืนยันผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10,181 คน ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยสะสมผ่านหลัก 300,000 คน ส่วนผู้เสียชีวิตในรอบวันเดียวกันมีอีก 112 คน เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมเป็นอย่างน้อย 4,521 คน
ทั้งนี้ นายเกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเทกซัส เน้นย้ำการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ และเตือนว่าหากยังไม่ได้รับความร่วมมือ “มากกว่านี้” เขาจะกลับมาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ หลังนายกาวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย สั่งล็อกดาวน์รอบสองในพื้นที่แล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่วนายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เพิ่มจำนวนรัฐที่อยู่ในกลุ่มต้องกักตัว 14 วันเป็นอย่างน้อย 22 รัฐ หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับสูงสุด 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 63,355 บาท ).
เครดิตภาพ : AP
