9 ก.ค. 63 14:41 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า สำนักงานสถิติจีน(NBS) เผยว่าดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) หรือเงินเฟ้อได้เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.4% ในเดือนพ.ค. มาอยู่ที่ระดับ 2.5% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตภาคโรงงานของจีน (PPI) ในเดือนมิ.ย. ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.0% จากระดับ 3.7% ในเดือนพ.ค.
NBS กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการที่ ราคาอาหารเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเนื้อหมูที่เพิ่มขึ้นมากถึง 82% เนื่องจากการผลิตเนื้อหมูภายในประเทศชะลอตัว รวมถึงการห้ามนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศของรัฐบาลจีนเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19
รวมถึงเหตุน้ำท่วมรุนแรงที่เกิดขึ้น ทำให้สินค้าเกษตรขาดแคลนในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตามจากดัชนีผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นถือเป็นสัญญานสำคัญที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของจีนกำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังหดตัวอย่างรุนแรงในไตรมาสแรกของปีนี้
ขณะที่ “มิเชล แลม” นักเศรษฐศาสตร์จีนจาก Societe Generale SA ในฮ่องกง กล่าวว่า ผลกระทบต่อเงินเฟ้อยังคงมีแนวโน้มที่ไม่แน่นอน และคาดว่าเงินเฟ้อจะลดลงต่ำกว่า 2% ในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากการปรับราคาเนื้อหมูสู่ระดับปกติ แต่สิ่งที่ท้าทายของผู้กำหนดนโยบายของจีนที่แท้จริง คือ การสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคเอกชนที่ล่าช้าอย่างมาก ทั้งในด้านที่อยู่อาศัย และราคาสินค้า
รายงาน ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ
เรียบเรียง ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ
อีเมล์. phumin@efinancethai.com
อนุมัติ อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
CR:Efinancethai
