พฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.21 น. เดลินิวส์

มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ รายงานว่าสหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มมากกว่า 50,000 คนภายในวันเดียว เป็นสถิติรายวันสูงสุดครั้งใหม่ ขณะที่รัฐแคลิฟอร์เนียปิดร้านอาหารและบาร์เกือบทั้งหมด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่าศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ในรัฐแมริแลนด์ รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 รายวันของสหรัฐ ว่าในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด จนถึงเวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพุธ ( 07.30 น. วันพฤหัสบดีตามเวลาในไทย ) ทั่วประเทศพบผู้ป่วยรวมกันอีก 52,898 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุดครั้งใหม่ เพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมเป็นเกือบ 2.7 ล้านคน และเสียชีวิตแล้ว 128,028 คน เพิ่มขึ้น 706 คน
อนึ่ง จำนวนผู้ป่วยรายวันจากโรคโควิด-19 ที่พุ่งพรวดในสหรัฐตามการวิเคราะห์โดยมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เป็นผลพวงจากผู้ติดเชื้อในกลุ่มรัฐขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้ โดยสถิติผู้ป่วยของรัฐเทกซัสในรอบวันที่ผ่านมาอยู่ที่ 8,076 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุดครั้งใหม่ และเพิ่มขึ้นเกือบ 1,000 คนจากสถิติเมื่อวันอังคารที่ 1 ก.ค.
Reuters
ขณะที่นายกาวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในสหรัฐ ประกาศชะลอการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ระยะต่อไป เนื่องจากสถิติผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในพื้นที่เพิ่มขึ้น 45% เป็นเกือบ 250,000 คนภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ในเวลาเดียวกันผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียูเพิ่มขึ้นมากกว่า 500 คน ส่งผลให้สถิติสะสมของผู้ป่วยหนักจากโรคโควิด-19 ในรัฐแคลิฟอร์เนียมีจำนวนอย่างน้อย 1,528 คน ส่วนผู้เสียชีวิตสะสมเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียมีประมาณ 6,000 คน เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากรัฐนิวยอร์กซึ่งมีผู้เสียชีวิตสะสมประมาณ 32,000 คน
สำหรับการเลื่อนการผ่อนคลายล็อกดาวน์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย หมายถึงการกลับมาใช้มาตรการเข้มงวดทางสังคม ที่รวมถึงการห้ามรับประทานอาหารภายในร้าน การปิดโรงภาพยนตร์ ผับ บาร์ พิพิธภัณฑ์ และสถานประกอบการเพื่อการสันทนาการใน 19 เขตใหญ่รวมถึงเขตลอสแอนเจลิส เป็นเวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐแรกของสหรัฐที่บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ เมื่อปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาด้วย.
เครดิตภาพ : AP
CR:เดลินิวส์
