11 มิ.ย. 63 10:30 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เผยว่าพร้อมที่จะใช้เครื่องทางการเงินที่มีอย่างเต็มรูปแบบในการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่อยู่ในภาวะชะลอตัว โดยหวังที่จะสร้างการจ้างงานให้ได้มากที่สุดหลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมที่มีขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา
เฟดได้กล่าวในแถลงการณ์โดยระบุว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้เศรษฐกิจ และการจ้างงานของสหรัฐฯชะลอตัวอย่างมาก ส่งผลถึงอัตราเงินเฟ้อในระยะสั้น และอาจส่งต่อเศรษฐกิจในระยะยาว และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เฟดมีมติที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ โดยเฟดมีแผนที่จะคงอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวไปจนถึง 2565
นอกจากนี้เฟดยังได้ตั้งเป้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ให้ได้ 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือนและซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) อีก 4 หมื่นล้านดอลลาร์
ด้านนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)ของสหรัฐฯอาจลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่ 2/2563 หลังสหรัฐฯเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในส่วนของตลาดแรงงานหลังตัวเลขผู้ว่างงานยังอยู่ในระดับที่สูง แม้จะมีตัวเลขที่ดีขึ้นในเดือน พ.ค. และอาจทำให้สหรัฐฯต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐฯให้กลับสู่สภาวะปกติ
นอกจากนี้นายพาวเวล ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้เศรษฐกิจของสหรัฐฯจะยังเผชิญกับความไม่แน่นอน แต่เฟดยังไม่มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด ซึ่งเฟดพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เศรษฐกิจสหรัฐฯกลับมาสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุดต่อไป
ทั้งนี้เฟดยังได้คาดการณ์ว่า GDP สหรัฐฯ จะหดตัว 6.5% ในปีนี้ ก่อนที่ขยายตัว 5% ในปีหน้า ขณะที่อัตราว่างงานในสหรัฐฯจะอยู่ที่ระดับ 9.3% ในปีนี้่ ก่อนที่จะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 6.5% ในปี 2564 นอกจากนี้เฟดยังได้คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้อยู่ที่ 0.8% และเพิ่มขึ้นเป็น 1.6% ในปี 2564 ส่วนของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปีนี้อยู่ที่ 1% ขณะที่ในปี 2564 อยู่ที่ 1.5%
รายงาน ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ
เรียบเรียง ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ
อนุมัติ พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
