อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563 เวลา 15.02 น. เดลินิวส์

สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกยืนยันการแรพ่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นครั้งที่ 11 ในรอบ 4 ทศวรรษ หลังพบผู้เสียชีวิตอล้ว 4 คน ในจังหวัดทางตะวันตกของประเทศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกินชาซา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ( ดีอาร์คองโก ) เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของดีอาร์คองโกออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ยืนยันการพบประชาชนอย่างน้อย 4 คน จากจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอย่างน้อย 6 คน ในเมืองเอ็มบันดากา ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งทีมบุคลากรการแพทย์ พร้อมยารักษาโรค และอุปกรณ์การแพทย์อื่นที่จำเป็น เดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวแล้ว
สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นการแพร่ระบาดครั้งที่ 11 ของเชื้อไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโก เกือบ 1 เดือนหลังความพยายามควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในภูมิภาคคิวูที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่เดือนส.ค. 2561 “กำลังจะประสบความสำเร็จ” แต่กลับพบผู้ป่วยคนใหม่ในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ประกาศยุติการแพร่ระบาดรอบนี้
ขณะเดียวกัน การพบผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลาที่เมืองเอ็มบันดากายิ่งเพิ่มความกังวลให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเมืองแห่งนี้เป็นเมืองเอกของจังหวัดอีเควเตอร์ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ มีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน และมีแม่น้ำคองโกไหลผ่าน นอกจากนี้ จังหวัดอีเควเตอร์เป็นพื้นที่แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลามาแล้วระหว่างเดือนพ.ค. ถึงก.ค. 2561 มีผู้เสียชีวิต 33 คน จากจำนวนผู้ป่วยสะสมอย่างเป็นทางการ 54 คน คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตที่สูงถึง 61%
อนึ่ง นับตั้งแต่มีการค้นพบเชื้อไวรัสอีโบลาบนโลกเมื่อปี 2519 ทวีปแอฟริกาเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคบ่อยครั้งที่สุด โดยหนึ่งในการแพร่ระบาดครั้งรุนแรงก่อนหน้านั้นเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันตกของทวีป ระหว่างปี 2556 ถึง 2559 มีผู้เสียชีวิตรวมกันประมาณ 11,000 คน สำหรับอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสอีโบลา “ยังสูงมากในทางทฤษฎี” คือ “90%” อีกทั้งยังไม่มีวิธีการรักษาที่เป็นมาตรฐาน เช่นเดียวกับยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคอย่างเป็นทางการ.
เครดิตภาพ : AFP
CR: เดลินิวส์
