เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563 เวลา 07.20 น. เดลินิวส์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อลาออกจากการเป็นสมาชิกขององค์การอนามัยโลก เพราะ “ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง” ในการจัดการกับวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 และเป็นหน่วยงานที่ “เข้าข้างจีนมากเกินไป”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงเมื่อวันศุกร์ ว่าสหรัฐกำลังดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อยุติสถานภาพสมาชิกกับองค์การอนามัยโลก( ดับเบิลยูเอชโอ ) และจะโยกย้ายงบประมาณที่เคยจัดสรรเพื่อสนับสนุนองค์กรแห่งนี้ ไปช่วยเหลือหน่วยงานด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแห่งอื่นแทน
ผู้นำสหรัฐกล่าวด้วยว่า จีน “มีอิทธิพลเบ็ดเสร็จ” เหนือการทำงานของดับเบิลยูเอชโอในทุกมิติ ในขณะที่โลกกำลังแสวงหา “ความจริง” เกี่ยวกับวิกฤติโรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่รัฐบาลปักกิ่งกลับใช้อำนาจกดดันให้ดับเบิลยูเอชโอชี้นำชาวโลก “ไปในทางที่ผิด” จนทุกฝ่ายต้องเจ็บปวดกับการกระทำโดยมิชอบของจีน โดยเฉพาะชาวอเมริกันมากกว่า 100,000 คนซึ่งเสียชีวิตจากวิกฤติโรคระบาดที่จีนทำให้อุบัติขึ้น
แม้การประกาศดังกล่าวของทรัมป์ไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายมากนัก เนื่องจากผู้นำสหรัฐส่งหนังสือเปิดผนึกถึงนพ.เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา ร่ายยาว “ความล้มเหลว” ของดับเบิลยูเอชโอภายใต้การบริหารของนพ.เทดรอส ในการรับมือและตอบสนองต่อวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 และกล่าวหาหน่วยงานแห่งนี้ ที่เป็นหนึ่งในทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) “เป็นหุ่นเชิด” ของรัฐบาลปักกิ่ง โดยทรัมป์ “ยื่นคำขาด” ให้ดับเบิลยูเอชโอ “ปรับปรุงตัวเอง” ภายใน 30 วัน มิเช่นนั้นเขาจะยกระดับมาตรการ ที่รวมถึงการพิจารณาลาออกจากดับเบิลยูเอชโอ
ทั้งนี้ ข้อมูลจากดับเบิลยูเอชโอระบุว่า สหรัฐคือประเทศผู้บริจาครายใหญ่ที่สุด ด้วยสถิติ 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 14,316.75 ล้านบาท ) เมื่อปีงบประมาณ 2552 ส่วนจีนบริจาค 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1,272.6 ล้านบาท ) บ่งชี้ว่าการลาออกของสหรัฐจะส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเงินของดับเบิลยูเอชโออย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชเอ ) เมื่อกลางเดือนนี้ ว่าจีนเตรียมบริจาคอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 63,630 ล้านบาท ) ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากนี้ เพื่อสนับสนุนดภารกิจของดับเบิลยูเอชโอ ในการต่อสู้กับวิกฤติโรคระบาดโควิด-19.
เครดิตภาพ : AP
CR: เดลินิวส์
