เสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.42 น. เดลินิวส์

ทางการเมืองเสิ่นหยาง หนึ่งในเมืองใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน กักตัวประชาชนราว 7,500 คน ที่เดินทางมาจากมณฑลจี๋หลินซึ่งอยู่ติดกัน และทุกฝ่ายกำลังสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แบบเป็นกลุ่มก้อนครั้งใหม่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ว่าคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติของจีนออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ เป็นการรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ว่าผู้เสียชีวิตยังคงอยูที่อย่างน้อย 4,633 คน ขณะที่แพทย์อนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้อีก 10 คน เพิ่มสถิติผู้ที่ได้รับการรักษาจนหายป่วยเป็นอย่างน้อย 78,219 คน และคงเหลือผู้ป่วยอยู่ในระบบอีกอย่างน้อย 89 คน แต่ในจำนวนนี้ 11 คนยังมีอาการสาหัส
ขณะที่จำนวนผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 82,941 คน โดยมีการยืนยันผู้ป่วยใหม่ 8 คนในจำนวนนี้ 6 คนเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ส่วนอีก 2 คนเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ ที่มณฑลจี๋หลิน อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และมีพรมแดนติดกับเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ หน่วยงานสาธารณสุขทั้งส่วนกลางและระดับท้องถิ่นเพิ่มการเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มณฑลจี๋หลิน หลังมีการติดเชื้อแบบเป็นกลุ่มก้อนภายในชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้านเทศบาลเมืองเสิ่นหยาง เมืองเอกของมณฑลเหลียวหนิง ซึ่งอยู่ทางใต้ของมณฑลจี๋หลิน กักตัวประชาชนประมาณ 7,500 คน ซึ่งมีประวัติเดินทางมาจากมณฑลจี๋หลินตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา และบุคคลที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยอย่างน้อย 3 คนที่เมืองเสิ่นหยาง ต้องกักตัวเป็นเวลา 21 วัน และรับการทดสอบกรดนิวคลิอิกเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีก 3 ครั้ง
อนึ่ง เทศบาลเมืองซูหลาน ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ลำดับต้นของมณฑลจี๋หลิน ยกระดับเตือนภัยด้านสาธารณสุขจาก “ระดับกลาง” เป็น “ระดับสูง” และเริ่มล็อกดาวน์ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว หลังพบการติดเชื้อแบบเป็นกลุ่มก้อนขนาดเล็ก เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา ส่วนเทศบาลเมืองจี๋หลินซึ่งเป็นอดีตเมืองเอกของมณฑล ยกระดับการเดินทางเข้าออกพื้นที่เช่นกัน.
เครดิตภาพ : AFP
