14 พ.ค. 63 16:30 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

สำนักข่าวอาหรับนิวส์ รายงานว่า สหประชาชาติ (UN) คาดการณ์ว่่าเศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะหดตัวมากถึง 3.2% ในปีนี้ ซึ่งเป็นการหดตัวมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในปี 1930 หลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับการค้า และการผลิตทั่วโลก
สหประชาชาติ กล่าวว่าแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกได้เปลี่ยนไปอย่างมากนับตั้งแต่ไวรัสโควิด-19 ได้ระบาดไปทั่วโลกเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจโลกเกิดความไม่แน่นอน และมีโอกาสที่จะเกิดภาวะหยุดชะงักในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งทำให้หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับการถดถอยทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี
สหประชาชาติยังได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วจะลดลง 5% ในปีนี้ และขยายตัว 3.4% ในปีหน้า ขณะที่ในส่วนของการค้าทั่วโลกจะหดตัวมากถึง 15% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่ลดลง และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
นอกจากนี้ UN ยังได้คาดการณ์ว่ามูลค่าเศรษฐกิจโลกจะลดลงไปมากถึง 8.5 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 2 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้สหประชาชาติยังได้คาดการณ์ว่าประชากรโลกจำนวน 34.3 ล้านคนจะมีความเป็นอยู่ต่ำกว่าระดับเส้นความยากจนในปีนี้ หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และประชากรในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 130 ล้านคนในปี 2030
รายงาน ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ
เรียบเรียง ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ
อนุมัติ พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
