อาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2563 เวลา 07.00 น. เดลินิวส์

ผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในบราซิลเพิ่มเป็นมากกว่า 10,000 คน มากที่สุดในอเมริกาใต้ ด้านวารสารการแพทย์ชื่อดังวิจารณ์ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร “เป็นตัวปัญหา”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของบราซิลออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ เกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศ ว่าจำนวนผู้ป่วยสะสมอยู่ที่อย่างน้อย 155,939 คน เพิ่มขึ้น 10,047 คน และมีผู้ได้รับการรักษาหายแล้ว 59,297 คน
ขณะที่ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมายังมีการยืนยันผู้เสียชีวิตอีก 635 คน เพิ่มจำนวนผู้เสึยชีวิตสะสมเป็นอย่างน้อย 10,627 คน มากที่สุดในอเมริกาใต้ และเป็น 1 ใน 6 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากกว่า 10,000 คน นอกเหนือจากสหรัฐ สเปน อิตาลี สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส
ด้านบทบรรณาธิกรของวารสารการแพทย์ “แลนเซ็ต” ฉบับประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่าตอนนี้บราซิลกำลังเป็นหนึ่งใน “พื้นที่สีแดง” ของวิกฤติโรคโควิด-19 เนื่องจากแม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามใช้มาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการล็อกดาวน์และให้ประชาชนรักษาระยะห่างทางสังคม แต่มีผู้คนจำนวนมากไม่ปฏิบัติตาม
นอกจากนี้ ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ยังสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วทุกหย่อมหญ้าในสังคมบราซิล โบลโซนาโร “ควรปรับปรุงตัวเอง” หรือมิเช่นนั้นผู้นำบราซิล “อจเป็นคนต่อไป” ขณะที่โบลโซนาโรกล่าวถึงบทความของแลนเซ็ตว่า เขาขอโทษกับสถานการณ์ทั้งหมดที่เป็นอยู่ตอนนี้ในประเทศ “แต่ทุกคนต้องการให้เขาทำอย่างไร”
ทั้งนี้ การที่รัฐมนตรี 2 คนซึ่งเป็นที่นิยมของชาวบราซิล พ้นจากตำแหน่งในเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของหลายฝ่าย โดยผู้ที่ออกจากตำแหน่งคนแรก คือนายลูอิซ เอ็นริเก้ แมนเดตตา รมว.กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งโบลโซนาโรปลดเพราะมีความเห็นไม่ลงรอนกันเรื่องมาตรการล็อกดาวน์ ตามด้วยนายเซอร์จิโอ โมโร ลาออกจากตำแหน่งรมว.กระทรวงยุติธรรม ด้วยเหตุผลว่าถูกผู้นำบราซิล “แทรกแซง”.
เครดิตภาพ : REUTERS
CR: เดลินิวส์
