วิกฤติโควิด-19ลาม ดันอัตราว่างงานสหรัฐพุ่งเป็น 14.7%

เสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2563 เวลา 07.45 น. เดลินิวส์

อัตราว่างงานของสหรัฐเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา สูงถึง 14.7% โดยปัจจัยสำคัญคือวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลให้ชาวอเมริกัน 20.5 ล้านคนสูญเสียตำแหน่งงาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ว่ากระทรวงแรงงานของสหรัฐออกรายงานเมื่อวันศุกร์ เกี่ยวกับสถานการณ์ของตลาดแรงงานในประเทศ เมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ว่ามีชาวอเมริกันว่างงานประมาณ 20.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 14.7% เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว ถือเป็นสถิติการว่างงานรายเดือนสูงที่สุดของสหรัฐ นับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งซึ่งเคยสูงเกือบ 25% และยังทำลายสถิติการว่างงานระหว่างภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เมื่อเดือนพ.ย. 2525 ซึ่งอยู่ที่ 10.8%

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา สถิติการว่างงานของสหรัฐอยู่ที่ 3.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ ขณะที่แม้สถิติเพิ่มขึ้นเป็น 4.4% เมื่อเดือนมี.ค. แต่ตลอด 9 ปีครึ่งที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในสหรัฐยังคงมีการจ้างงานรายเดือนในอัตราหลายแสนตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม สหรัฐซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกมีผู้เสียชีวิตสะสมจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มากที่สุดเกือบ 80,000 คน จากจำนวนผู้ป่วยสะสมมากกว่า 1.3 ล้านคน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละรัฐซึ่งบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ในระดับเข้มงวดมากน้อยแตกต่างกันไป ส่งผลให้ชาวอเมริกันว่างงานระยะยาว หรือตกงานโดยปริยายมากขึ้น

เพียงวันเดียวก่อนการประกาศสถิติการว่างงานประจำเดือนนั้น กระทรวงแรงงานของสหรัฐรายงานว่า ชาวอเมริกัน 3.2 ล้านคนขึ้นทะเบียนเป็นผู้ว่างงานในรอบสัปดาห์ล่าสุด ซึ่งบันทึกสถิติถึงวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา เพิ่มสถิติผู้ว่างงานสะสมในสหรัฐเป็นประมาณ 33.5 ล้านคน ตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา คิดเป็นราว 1 ใน 5 ของประชากรวัยแรงงานในประเทศ

ส่วนสถานการณ์ในตลาดแรงงานของแคนาดาตึงเครียดไม่ต่างจากในสหรัฐ โดยอัตราการว่างงานเมื่อเดือนเม.ย. สูงถึง 13% เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากเดือนมี.ค. เท่ากับว่าชาวแคเนเดียนอีก 6.7 ล้านคน ลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงานเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากทางการ แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ทำลายสถิติการว่างงาน 13.1% ระหว่างปี 2525.

เครดิตภาพ : REUTERS

CR: เดลินิวส์