อนามัยโลกเสนอย้อนตรวจข้อมูลผู้ป่วย ‘ปอดอักเสบ’

อังคารที่ 5 พฤษภาคม 2563 เวลา 18.19 น. เดลินิวส์

องค์การอนามัยโลกขอความร่วมมือจากทุกประเทศ ในการตรวจย้อนหลังประวัติผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจาก “โรคปอดอักเสบ” หรือภาวะปอดติดเชื้อยังไม่ทราบที่มาแน่ชัด หลังมีรายงานจากฝรั่งเศส ว่าการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อาจเกิดขึ้น “เร็วกว่าที่คิด”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ว่าสืบเนื่อจากการที่ฝรั่งเศสรายงานว่า ผู้ป่วยชายอายุ 43 ปี ซึ่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ชานกรุงปารีส ด้วยอาการปอดบวม เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ปีที่แล้ว แท้จริงเป็นอาการป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังแพทย์นำตัวอย่างสารคัดหลั่งของผู้ป่วยคนดังกล่าวมาตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อให้เกิดสมมติฐานว่า เชื้อโรคดังกล่าวอาจอยู่ในทวีปยุโรป “เร็วกว่าที่คิด” นั้น

นายคริสเตียน ลินด์ไมเออร์ โฆษกองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) กล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย” แต่การเปิดเผยของฝรั่งเศสจะยิ่งช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจประสิทธิภาพของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้มากขึ้น และขอความร่วมมือให้ทุกประเทศตรวจสอบประวัติการรักษาผู้ป่วย และผู้เสียชีวิตด้วยอาการปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสแบบไม่ทราบที่มาที่ไป ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วเป็นต้นมา

อย่างไรก็ตาม ลินด์ไมเออร์ปฏิเสธกล่าวอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งต่อมามีการบัญญัติชื่อคือโรค “โควิด-19” กลายเป็นข้อพิพาททางการเมืองระหว่างสหรัฐกับจีนในประเด็น “ต้นกำเนิด” ของเชื้อไวรัส โดยกล่าวเพียงว่า “เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบร่วมกันต่อไปอย่างละเอียด”

สำหรับข้อมูลที่ฝรั่งเศสเปิดเผยระบุว่า การที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการและเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ว่าการได้รับเชื้อและฟักตัวของเชื้อโรคน่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 14 ถึง 22 ธ.ค. อ้างอิงจากผลงานวิจัยหลายชิ้นที่สรุปตรงกันว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ใช้เวลาฟักตัวประมาณ 5 ถึง 14 วัน

อนึ่ง ผู้ป่วยไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุดก่อนล้มป่วย และในขณะที่บุตรทั้งสองคนล้มป่วยด้วย ยกเว้นภรรยา แพทย์จึงตั้งสมมติฐานว่าเธออาจอยู่ในกลุ่มผู้ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการและกลายเป็นพาหะ โดยหญิงผู้นี้ทำงานอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติชาร์ล เดอ โกล

ทั้งนี้ ฝรั่งเศสไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีเคสแบบนี้ สำนักงานสาธารณสุขในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐรายงานเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ว่าผลการตรวสอบย้อนหลังเกี่ยวกับรายละเอียดแวดล้อมของผู้ป่วยอย่างน้อย 2 คน ปรากฏว่าเป็นการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เมื่อช่วงต้นเดือนก.พ. ก่อนที่รัฐบาลสหรัฐประกาศผู้เสียชีวิตคนแรกอย่างเป็นทางการเมื่อสิ้นเดือนเดียวกัน ที่รัฐวอชิงตัน.

เครดิตภาพ : AP

CR: ดลินิวส์