จันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2563 เวลา 07.22 น. เดลินิวส์

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐยังคงกล่าวหาจีน “เจตนาปิดบัง” ที่มาของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ขณะที่สื่อของรัฐบาลปักกิ่งทำแอนิเมชั้นเหน็บแนมทัศนคติของอเมริกาที่มีต่อวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ว่านายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ ว่าโดยส่วนตัวเขา “เห็นด้วย” กับรายงานโดยสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐ ซึ่งเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าผลการวิเคราะห์บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ส่งผลให้เกิดโรคโควิด-19 “ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น” หรือ “เป็นการตัดต่อทางพันธุกรรม”
ABC News
อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวยังคงทิ้งท้ายว่า จะมีการตรวจสอบต่อไปอย่างละเอียดว่าเชื้อโรคมีต้นกำเนิดจากสัตว์ หรือแม้แต่มีความเชื่อมโยงกับห้องทดลองในจีนหรือไม่ ซึ่งปอมเปโอมองว่าสอดคล้องกับการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ “มีหลักฐานจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ” ว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีต้นกำเนิดจากห้องปฏิบัติการในเมืองอู่ฮั่นของจีน แต่ยังไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าหลักฐานที่ว่านั้นคืออะไร
ขณะเดียวกัน นักการทูตหมายเลขหนึ่งของสหรัฐกล่าวถึงการที่รัฐบาลปักกิ่ง “ยืนกรานปฏิเสธ” ข้อครหาเหล่านี้ ว่าเป็น “กลยุทธ์ดั้งเดิมของพรรคคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง” ทั้งที่จีน “มีประวัติ” ทำให้โลกต้องเผชิญกับโรคระบาดมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเป็นผลจากการมีห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
ด้านโกลบอล ไทม์ส หนึ่งในสื่อภาคภาษาอังกฤษที่เป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เรียกร้องสหรัฐ “แสดงหลักฐานเชิงประจักษ์” ว่ารัฐบาลปักกิ่งเป็นผู้สร้างและปล่อยเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ให้แพร่ระบาดไปทั่วโลก อนึ่ง องค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ยืนกรานว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “อุบัติโดยธรรมชาติ”
New China TV
ขณะที่สำนักข่าวซินหัวเผยแพร่แอมิเมชั่นความยาวประมาณ 1.40 นาที ชื่อเรื่อง “วันซ์ อะพอน อะ ไวรัส” ( Once Upon a Virus ) เป็นการสนทนาระหว่างตัวต่อ 2 ตัว ตัวหนึ่งเป็นนักรบโบราณสวมหน้ากากอนามัย ส่วนอีกตัวหนึ่งเป็นเทพีเสรีภาพ แทนจีนและสหรัฐ สนทนาเกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่เทพีเสรีภาพกล่าวในช่วงหนึ่งว่า “แค่โรคหวัด” และนักรบโบราณกล่าวว่า “เป็นทรรศนะที่สะท้อนความคงเส้นคงวาของชาวอเมริกัน”.
เครดิตภาพ : REUTERS
CR: เดลินิวส์
