เสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2563 เวลา 07.40 น เดลินิวส์

หลายรัฐในอเมริกาผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์มากขึ้น แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศยังรุนแรง แต่รัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐนิวยอร์กเป็น 2 รัฐขนาดใหญ่ซึ่งยังคงความเข้มงวดต่อไป
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่ารัฐบาลท้องถิ่นระดับรัฐในอเมริกาทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์มากขึ้น เมื่อวันศุกร์ ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ หลังกระทรวงแรงงานเผยสถิติผู้ว่างงานในสหรัฐตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. เพิ่มเป็นมากกว่า 30 ล้านคน
ทั้งนี้ เทกซัสเป็นรัฐขนาดใหญ่แห่งล่าสุดที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่ หลังบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์มานานกว่า 1 เดือน อย่างไรก็ตาม นายเกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเทกซัส ยืนยันว่าทางการจะทยอยผ่อนผันอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แม้ร้านอาหาร ร้านค้าปลีกและศูนย์การค้าสามารถให้บริการได้ในทุกแผนก แต่จำกัดขนาดการให้บริการไว้ที่เพียง 25% โดยหากจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยจากโรคโควิด-19 ในท้องที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นน้อยลงในช่วง 2 สัปดาห์นี้ แอบบอตต์กล่าวว่าเขาจะเริ่มมาตรการผ่อนผันเป็นระยะที่สอง ในวันที่ 18 พ.ค. นี้
ขณะที่นายกาวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐแรกของสหรัฐที่ประกาศมาตรกา “ปิดทั้งรัฐ” ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา ยืนยันยังคงบังคับใช้นโยบายดังกล่าวต่อไป หลังสั่งปิดชายหาดทุกแห่งในภูมิภาคออเรนจ์เคาน์ตี ที่อยู่ทางตอนใต้ “อย่างไม่มีกำหนด” เมื่อวันพฤหัสบดี เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากไปรวมตัวพักผ่อนหย่อนใจกันอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการละเมิดมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อความปลอดภัยด้านสาธารณสุข
ด้านนายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยจากโรคโควิด-19 มากที่สุดในสหรัฐ กล่าวเมื่อวันศุกร์ ว่ามาตรการล็อกดาวน์จะยังคงมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 15 พ.ค. นี้ “เป็นอย่างน้อย” และโรงเรียนทุกแห่งในพื้นที่จะปิดการเรียนการสอนในสถาบันตลอดปีการศึกษานี้ โดยให้เหตุผลว่า “ยังเสี่ยงเกินไป” ที่จะมีการผ่อนปรนในช่วงนี้ ที่ในรัฐนิวยอร์กยังพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 มากกว่าวันละ 4,000 คนโดยเฉลี่ย และราว 1,000 คนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
นอกจากนี้ คูโอโมย้ำว่า นับตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. นี้เป็นต้นไป รถไฟใต้ดินทุกเส้นทางในนครนิวยอร์กจะปิดบริการระหว่างเวลา 01.00 ถึง 05.00 น. ในแต่ละวัน เพื่อการทำความสะอาด จากเดิมที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบขนส่งสาธารณะอื่น อาทิ รถประจำทาง จะให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายกับเจ้าหน้าที่ “ในสายงานจำเป็น” ซึ่งต้องทำงานในช่วงที่รถไฟใต้ดินปิดบริการ.
เครดิตภาพ : AP
CR: เดลินิวส์
