ผู้บริหาร “บาร์เคลย์” ชี้ โควิด-19 อาจทำให้สำนักงานใหญ่ “กลายเป็นอดีต”

วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 – 13:46 น.

(Photo by DANIEL LEAL-OLIVAS / AFP)

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นายเจส สเตลีย์ หัวหน้าผู้บริหารกลุ่มธนาคารเพื่อการลงทุนรายใหญ่ “บาร์เคลย์” ชี้ว่า สถานการณ์โควิด-19 กำลังจะพลิกโฉมโลกการทำงาน ทำให้การมีพนักงานหลายพันคนในสำนักงานใหญ่ราคาสูง ใจกลางเมือง “อาจกลายเป็นเรื่องของอดีต” เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ กำลังปรับตัวเข้ากับมาตรการเว้นระยะทางสังคมและการทำงานทางไกล

ทั้งนี้ นายสเตลีย์ระบุว่า บาร์เคลย์กำลังทบทวนที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของสำนักงานต่าง ๆ  เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้พนักงานของบาร์เคลย์ราว 70,000 คนทั่วโลกต้องทำงานที่บ้านตามมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้ต้องปิดสำนักงานทั่วโลก ซึ่งบาร์เคลย์มีสำนักงานในย่านเมืองใหญ่ที่คนพลุกพล่านทั่วโลกอย่างย่านคานารี วาร์ฟ กลางกรุงลอนดอน

นายสเตลีย์ยังระบุด้วยว่า อาจมีการใช้สาขาย่อยของธนาคารเป็นศูนย์การทำงานของพนักงานคอลเซนเตอร์ และการดำเนินการเชิงวานิชย์ธนกิจทั้งหมดในอนาคต ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณว่าอาจมีการเลิกจ้างพนักงานประจำของธนาคารหลายตำแหน่ง

ทั้งนี้ บาร์เคลย์เปิดเผยรายงานผลกำไรในไตรมาส 1/2020 ลดลง 38% อยู่ที่ 913 ล้านปอนด์ และคาดการณ์ว่าสถานการณ์ดรคระบาดจะสร้างความสูญเสียมากถึง 2,100 ล้านปอนด์ เนื่องจากลูกค้าของธนาคารจำนวนมากไม่มีความสามารถในการชำระเงินคืนได้

นายนีล วิลสัน หัวหน้านักวิเคราะห์การตลาดของ Markets.com ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นการทำงานทางไกลจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับธนาคารต่าง ๆ อย่างบาร์เคลย์ แต่หากมีการปิดสำนักงานใหญ่ใจกลางเมือง ศูนย์บริการ และสำนักงานสาขาก็จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังธุรกิจโดยรอบพื้นที่เหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม บาร์เคลย์ยังไม่ได้เปิดเผยว่าสำนักงานต่าง ๆ ของธนาคารจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งเมื่อใด แต่ส่งสัญญาณว่าสำนักงานในฮ่องกงจะเป็นพื้นที่แรกที่เปิดให้บริการอีกครั้ง ตามมาด้วยสิงคโปร์และโตเกียว ก่อนที่จะมีการเปิดบริการในยุโรปภายใต้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวด

CR: ประชาชาติธุรกิจ