มอร์แกน สแตนลีย์ คาด 3 แบงก์ใหญ๋ในสิงคโปร์มีกำไรลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี

29 เม.ย. 63 14:13 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

  สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า มอร์แกน สแตนลีย์ ได้คาดการณ์ว่า ธนาคารชั้นนำของสิงคโปร์สามแห่งที่ประกอบด้วย DBS , OCBC และ UOB จะมีผลกำไรในปีนี้ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ปี 2016 หลังมีรายงานว่ารายได้สุทธิของทั้งสามธนาคารในไตรมาสที่ 1/2020 (ม.ค. – มี.ค.) ลดลงมากถึง21 – 28% ซึ่งเป็นมาจากการที่เศรษฐกิจของสิงคโปร์ชะลอตัวจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงการผิดนัดชำระของบริษัท Hin Leong Trading ที่ประกาศล้มละลายในสัปดาห์ที่ผ่านมา

  นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ กล่าวว่า ต้นทุนสินเชื่อของทั้งสามธนาคารนั้นจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากทั้งสามธนาคารได้รับผลกระทบโดยตรงจากความต้องการน้ำมันที่ลดลง รวมถึงราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น และความไม่ชัดเจนของทั้ง 3 ธนาคาร ซึ่งเป็นผู้ให้กู้ของบริษัท Hin Leong Trading ว่าได้ตั้งสำรองเพื่อรับมือกับความเสียหายที่เกิดจากการผิดชำระหนี้ในครั้งนี้หรือไม่

  นอกจากนี้ DBS BANK อาจขาดทุนเป็นเงินสูงถึง 640 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในไตรมาสแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 76 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ขณะที่ปริมาณหนี้สินของ OCBC อยู่ที่ 451 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพิ่มขึ้นมากถึง 81% และหนี้สินของ UOB อยู่ที่ 380 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

  ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ ได้คาดการณ์ว่า แม้กำไรของทั้งสามธนาคารจะลดลงในปีนี้แต่ทั้งสามธนาคารยังมีอัตราเงินปันผลอยู่ที่ระหว่าง 4-7% หลังอัตราเงินกองทุนขั้นที่หนึ่งของทั้งสามธนาคารมีมากกว่า 14% ซึ่งทั้ง OCBC และ UOB จะเปิดเผยผลประกอบการในไตรมาสแรกในสัปดาห์หน้า

รายงาน    ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ 
เรียบเรียง  ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

CR:Efinancethai