จันทร์ที่ 27 เมษายน 2563 เวลา 19.20 น. เดลินิวส์

ประชาชนในเยอรมนีเริ่มสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ ซึ่งเป็นมาตรการที่ทั้ง 16 รัฐในประเทศบังคับใช้เพื่อลดความเสี่ยงของการติดโรคโควิด-19
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ว่าแม้รัฐบาลกลางในกรุงเบอร์ลินยังไม่มีมาตรการอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่มาตรการที่กำหนดโดยรัฐบาลท้องถิ่นทั้ง 16 รัฐในประเทศ มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันจันทร์ ยกเว้นคำสั่งของรัฐชเลสวิก-โฮลชไตน์ ที่จะมีผลในวันพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย.นี้
สำหรับมาตรการของแต่ละรัฐมีความเข้มงวดมากน้อยแตกต่างกันออกไป โดยข้อกำหนดของรัฐบาเยิร์นมีความเข้มงวดที่สุด ซึ่งผู้ที่ฝ่าฝืนอาจต้องชำระค่าปรับสูงสุด 150 ยูโร ( ราว 5,275.32 บาท ) ในขณะที่ประชาชนในกรุงเบอร์ลินไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากเมื่อออกมาซื้อของตามร้านค้า แต่ให้ใช้วิธีการรักษาระยะห่างทางกายภาพอย่างเคร่งครัด และหน้ากากอนามัยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่ตู้จำหน่ายสินค้าแบบอัตโนมัติ
ด้านสถานศึกษาส่วนใหญ่ยังใช้วิธีการเรียนการสอนแบบออนไลน์ แต่สถาบันบางแห่งเริ่มเปิดการเรียนการสอนในห้องเรียนแล้วเนื่องจากเป็นช่วงใกล้สอบ ซึ่งมาตรการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้ายังเป็นสิ่งที่นักเรียนต้องปฏิบัติตาม แต่มีการผ่อนผันให้เมื่ออยู่ภายในห้องเรียน โดยให้เน้นมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม อย่างไรก็ตาม เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งมาตรการนี้เหมือนกันทุกรัฐ

ทั้งนี้ มาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ที่รัฐบาลกลางเยอรมนีของนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ให้ความสำคัญมากกว่าในตอนนี้ คือการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์แบบเป็นลำดับขั้น อนึ่ง นอกจากมาตรการสวมหน้ากากที่เยอรมนี ออสเตรีย สาธารณรัฐเช็ก และสโลวาเกีย เป็นประเทศในยุโรปที่มีมาตรการบังคับให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่นอกเคหสถาน.
เครดิตภาพ : AP, REUTERS
CR:เดลินิวส์
