จันทร์ที่ 27 เมษายน 2563 เวลา 14.33 น. เดลินิวส์

รัฐบาลสิงคโปร์เนรเทศพลเมืองสหราชอาณาจักร ฐานให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับประวัติการเดินทาง ซึ่งมีผลต่อมาตรการควบคุมด้านสาธารณสุข ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตรวจเข้าเมืองของสิงคโปร์ออกแถลงการณ์ร่วมกัน เรื่องการเนรเทศชายชาวสหราชอาณาจักร อายุ 60 ปี ซึ่งแต่งงานกับหญิงที่มีสถานะผู้อยู่อาศัยถาวรในสิงคโปร์ และไม่อนุญาตให้เดินทางมายังสิงคโปร์อีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ตำรวจได้รับแจ้งเตือนจากศาลยุติธรรมครอบครัว เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าชายคนดังกล่าวให้ข้อมูลการเดินทาง “ที่ไม่เป็นจริง” กับเจ้าพนักงาน เพียงวันเดียวหลังเดินทางมายังศาลเพื่อขอให้มีการลงตรารับรองเอกสาร
ท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ศาลยุติธรรมครอบครัวของสิงคโปร์เป็นหนึ่งในสถาบันตุลาการที่มีอำนาจในการขอให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งเดินทางเข้ามาในประเทศ แสดงประวัติการเดินทางย้อนหลังในรอบ 14 วันที่ผ่านมาก่อนยื่นคำร้องติดต่อราชการ ซึ่งชายชาวอังกฤษรายนี้ให้ข้อมูลตอบกลับเจ้าหน้าที่ว่า “ไม่ได้เดินทางไปประเทศใดเลย” ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ล่าสุด
อย่างไรก็ตาม ในภายหลังมีการตรวจสอบพบว่า ชายผู้นี้เดินทางจากฮ่องกงมายังสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งยังถือว่าอยู่ในกรอบระยะเวลา 14 วันก่อนเดินทางไปพบศาลเพื่อติดต่อเรื่องเอกสาร ต่อจากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด รวมถึงการขอความเห็นชอบจากสำนักงานอัยการสูงสุด นำไปสู่การเนรเทศชายชาวสหราชอาณาจักรรายนี้กลับไปยังฮ่องกง มเอวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา และขึ้นบัญชีดำห้ามเดินทางเข้าสิงคโปร์
อนึ่ง วิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสิงคโปร์ ทวีความรุนแรงในเดือนนี้ เมื่อมีการพบการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่หลายกลุ่มตามหอพักแรงงานต่างชาติหลายแห่ง โดยมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 799 คน ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ เพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมเป็นอย่างน้อย 14,423 คน รักษาหายแล้ว 1,060 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, AFP
CR: เดลินิวส์
