อนามัยโลกยังไม่พบข้อมูล เกาหลีเหนือมีผู้ป่วยโควิด-19

จันทร์ที่ 27 เมษายน 2563 เวลา 05.36 น. เดลินิวส์

องค์การอนามัยโลกรายงานว่า “ยังไม่มีผู้ป่วยยืนยัน” ว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเกาหลีเหนือ ที่นับตั้งแต่ต้นปีนี้ตรวจคัดกรองประชาชนไปแล้วมากกว่า 700 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ว่านพ.เอ็ดวิน ซัลวาดอร์ ผู้แทนถาวรขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ประจำเกาหลีเหนือ เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ของเกาหลีเหนือ ว่ากระทรวงสาธารณสุขของรัฐบาลเปียงยางรายงาน “ความคืบหน้า” ให้ดับเบิลยูเอชโอรับทราบทุกสัปดาห์ เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศ

นับตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือตรวจคัดกรองประชาชนไปแล้ว 740 คน และผลออกมา “เป็นลบ” ทุกคน แต่มีผู้ได้รับการตรวจเพียง 31 คนตั้งแต่ต้นเดือนนี้ ปัจจุบันมีประชาชนอย่างน้อย 212 คนยังอยู่ภายใต้การกักตัวตามแนวทางของรัฐบาล ขณะที่นับตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.ปีที่แล้ว ประชาชนอย่างน้อย 25,139 คนได้รับอนุญาตให้ออกจากพื้นที่กักตัว หมายความว่ามีผู้ที่ต้องเข้ารับการกักตัวอย่างน้อย 25,351 คน จากจำนวนดังกล่าว 382 คนเป็นพลเมืองต่างชาติ

ทั้งนี้ รัฐบาลเปียงยางใช้สถานที่ในจังหวัดพย็องอันใต้ จังหวัดฮวังแฮเหนือ และที่เมืองราซ็อน ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือสุดของเกาหลีเหนือ และมีสถานะเทียบเท่าเขตปกครองพิเศษ

อนึ่ง นพ.ซัลวาดอร์กล่าวด้วยว่า ได้รับแจ้งจากกระทรวงสาธารณสุขของเกาหลีเหนือเกี่ยวกับ “การปรับเปลี่ยน” มาตรการเฝ้าระวังบางขั้นตอน แม้ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของดับเบิลยูเอชโอกล่าวว่า รัฐบาลเปียงยางยังคงปิดจุดผ่านแดนทุกแห่งทั้งทางบก ทางเหนือ และทางอากาศ

ยกเว้นสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เกี่ยวข้องกับภารกิจโควิด-19 จะมีการลำเลียงทางเรือจากเมืองต้าเหลียนของจีน มายังท่าเรือนัมโปที่อยู่ทางเหนือ เมื่อสิ่งของทั้งหมดมาถึงท่าเรือ จะต้องเข้าสู่กระบวนการทำความสะอาดด้วยการฆ่าเชื้อ และเก็บไว้ก่อน 4 วันก่อนมีการลำเลียงต่อไปยังกรุงเปียงยาง

อย่างไรก็ตาม นพ.ซัลวาดอร์ปฏิเสธให้ความเห็นต่อรายงานที่ว่า การประชุมสภาประชาชนสูงสุดแห่งชาติ เมื่อต้นเดือนนี้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของเกาหลีเหนือมากกว่า 600 คน ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จริงหรือไม่ แต่กล่าวว่าดับเบิลยูเอชโอให้ความช่วยเหลือ “ตามความเหมาะสม” ที่รวมถึงการฝึกอบรมอาสาสมัครด้านสาธารณสุขประจำท้องถิ่น.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

CR:เดลินิวส์