ยักษ์ไอทีสหรัฐหวั่นขาด ‘หัวกะทิ’ หลัง ‘ทรัมป์’ แบน ‘กรีนการ์ด’

วันที่ 26 เมษายน 2563 – 09:15 น. ประชาชาติธุรกิจ

(file photo) REUTERS/Jonathan Ernst

จากตัวเลขชาวสหรัฐลงทะเบียนขอรับสวัสดิการคนว่างงานในช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา พุ่งสูงกว่า 26 ล้านราย เป็นผลจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อรัฐบาล จนกระทั่งประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ต้องตัดสินใจออกคำสั่งพิเศษห้ามแรงงานต่างชาติอพยพเข้าประเทศชั่วคราว เพื่อปกป้องตำแหน่งงานให้กับชาวอเมริกัน แต่กลับสร้างความวิตกกังวลให้กับ “อุตสาหกรรมเทคโนโลยี” ของสหรัฐที่พึ่งพิงแรงงานทักษะสูงต่างชาติจำนวนมาก

บีบีซีรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษระงับการออกใบอนุญาตเข้ามามีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาติอเมริกัน หรือ “กรีนการ์ด” เป็นการชั่วคราว 60 วัน เพื่อลดการเดินทางเข้ามาของผู้ติดเชื้อจากภายนอกและรักษาตำแหน่งงานในประเทศให้กับชาวอเมริกันที่กำลังว่างงาน ซึ่งหากสถานการณ์ว่างงานในสหรัฐยังไม่ดีขึ้น จะมีการพิจารณาขยายเวลาการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าวออกไปอีก

ขณะที่คำสั่งดังกล่าวกำลังสร้างความกังวลให้กับภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เนื่องจากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติที่อพยพย้ายถิ่นเข้ามาทำงานในสหรัฐเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลของศูนย์วิจัยพิว ระบุว่า ปัจจุบันแรงงานต่างชาติในสหรัฐมีจำนวนกว่า 44.4 ล้านคน โดยในแต่ละปีมีผู้อพยพเข้ามาทำงานในสหรัฐไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน

นอกจากชาวต่างชาติที่อพยพเข้ามาในสหรัฐ เพื่อหลีกหนีภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในประเทศตนเอง อย่างเม็กซิโกและคิวบาแล้ว ยังมีแรงงานเอเชียจำนวนมากที่ย้ายถิ่นมาทำงานที่สหรัฐในฐานะ “แรงงานทักษะสูง” โดยเฉพาะชาว จีนและ อินเดีย ที่เข้ามาทำงานในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ

ข้อมูลของศูนย์วิจัยพิวยังระบุว่า แรงงานอพยพกว่าครึ่งในสหรัฐส่วนใหญ่มีถิ่นที่อยู่ใน 3 รัฐ ได้แก่ นิวยอร์ก เทกซัส และแคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะ “ซิลิคอนวัลเลย์” ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกของสหรัฐ อย่าง กูเกิล เฟซบุ๊ก และ ซิสโก้ ที่มีแรงงานชาวเอเชียทำงานและอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

แม้ว่าการสั่งระงับกรีนการ์ดชั่วคราวครั้งนี้จะไม่กระทบต่อผู้ถือกรีนการ์ดอยู่เดิม และไม่ครอบคลุมผู้ถือวีซ่าการทำงานชั่วคราว แต่ “ฌอน เรน” กรรมการผู้จัดการของกลุ่มวิจัยการตลาดจีน ระบุว่า คำสั่งนี้จะทำให้บริษัทสหรัฐจำเป็นต้องเลือกจ้างงานชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก และสูญเสียโอกาสจ้างแรงงานต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญสูงทั้งในปัจจุบันและอนาคต เนื่องจากการเลิกจ้างพนักงานจะสร้างความเสียหายให้กับบริษัทด้วย

ขณะเดียวกัน แรงงานต่างชาติที่มีศักยภาพสูงก็จะหันไปทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศอื่นที่กำลังเติบโต ด้วยผลตอบแทนและความมั่นคงที่สูงกว่า โดยเฉพาะภาคเทคโนโลยีของจีนที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง “อาลีบาบา” และ “ไบต์แดนซ์” ซึ่งกำลังขยายอาณาจักรธุรกิจและแข่งขันด้านนวัตกรรมกับสหรัฐอย่างดุเดือด

“การระงับกรีนการ์ดชั่วคราวในขณะนี้ ทำให้แรงงานระดับหัวกะทิของจีน อินเดียและชาติอื่น ๆ หันไปหางานที่ศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นเสิ่นเจิ้น, โซล หรือบังคาลอร์ แทนที่ซิลิคอนวัลเลย์” เรนกล่าว

แม้คำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เพียง 60 วัน แต่โอกาสที่จะขยายการบังคับใช้ออกไปยังมีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดในสหรัฐแม้จะมีทิศทางดีขึ้น แต่หลายฝ่ายยังคาดการณ์ว่า สหรัฐกำลังเผชิญหน้ากับภาวะการแพร่ระบาดระลอกที่ 2

CR: ประชาชาติธุรกิจ