เสาร์ที่ 18 เมษายน 2563 เวลา 08.58 น. เดลินิวส์

องค์การอนามัยโลกกล่าวถึงการที่จีนเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยจากโรคโควิด-19 ที่เมืองอู่ฮั่น ว่า “เป็นความพยายามบันทึกสถิติทั้งหมดเข้าสู่ระบบ” แต่ยิ่งเพิ่มความสงสัยให้กับสหรัฐ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ เกี่ยวกับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 บนโลก โดยเฉพาะที่จีน ว่า “เรื่องราวแปลกประหลาดมากมาย” กำลังเกิดขึ้น และทีมงานของเขากำลังตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งหนึ่งในสมมติฐานสำคัญคือการที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อุบัติขึ้นบนโลก “เพราะความขัดข้องทางเทคนิค” ที่เกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของจีนหรือไม่
ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐกล่าวถึงการที่จีนปรับเพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยสะสม โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1,290 คน และผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 351 คน เนื่องจาก “ความคลาดเคลื่อนบางประการ” ในการรวบรวมข้อมูลที่เมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคในจีนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ว่าจำนวนจริง “สูงกว่านั้นมาก”
ด้านนายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก ว่ารัฐบาลปักกิ่ง “ไม่เคยปิดบัง” ข้อมูลใดที่เกี่ยวข้องกับวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ และไม่มีทางปล่อยปละละเลยให้มีการบิดเบือนหรือซ้อนเร่นข้อมูลเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด
ขณะที่พญ.มาเรีย ฟาน เคิร์กโฮฟ หัวหน้าหน่วยโรคอุบัติใหม่ขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) กล่าวถึงการที่ทางการเมืองอู่ฮั่นของจีนปรับเพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยจากโรคโควิด-19 คือความพยายามของรัฐบาลปักกิ่ง ในการให้ทุกกรณีการติดเชื้อได้รับการบันทึกไว้ในระบบ
ทั้งนี้ เธอเผยเพิ่มเติมด้วยว่า ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นผลจากการที่หน่วยงานของจีนรื้อการตรวจสอบข้อมูลการจัดงานศพ สถิติการรักษาตามคลินิก และข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตภายในบ้านและศูนย์พักพิงชั่วคราว จึงช่วยขยายขอบเขตการสำรวจให้กว้างมากขึ้น โดยย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่จีนกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติร้ายแรงถึงขีดสุด คือเมื่อเดือนม.ค.นั้น ระบบสาธารณสุขในเมืองอู่ฮั่นไม่อาจรองรับผู้ป่วยได้ทั้งหมด ส่งผลให้บางส่วนพักรักษาตัวเองที่บ้าน หรือตามสถานพักพิงชั่วคราว แล้วเสียชีวิตแต่ไม่ได้มีการบันทึกในฐานข้อมูลโรคโควิด-19.
เครดิตภาพ : AP
CR:เดลินิวส์
