ศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 เวลา 09.52 น. เดลินิวส์

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ร่วมกันคัดค้านความพยายาม “ใส่ร้าย” ว่าจีนรับมือกับโรคระบาดอุบัติใหม่ “โควิด-19” ช้าเกินไป ด้านรัฐบาลปักกิ่งอ้างคำกล่าวขององค์การอนามัยโลกว่า “ไม่มีหลักฐาน” การที่เชื้อไวรัสโคโรนาหลุดจากห้องแล็บในเมืองอู่อั่น
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ทำเนียบเครมลินออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บนโลก ว่ารัสเซียมีความชื่นชมต่อ “การดำเนินการอย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ” ของจีน ซึ่งสามารถทำให้สถานการณ์โรคระบาดภายในประเทศมีเสถียรภาพ ที่หมายถึงการสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ทั้งนี้ ผู้นำจีนและผู้นำรัสเซียไม่ได้กล่าวพาดพิงประเทศหนึ่งประเทศใดโดยตรง แต่ใช้คำว่า “ความพยายามต่อต้าน” และ “การกล่าวโทษ” ว่าจีนล่าช้าในการแจ้งแต่เนิ่นให้ประชาคมโลกรับทราบและเตรียมรับมือกับโรคระบาดอุบัติใหม่ คือความพยายามเชื่อมโยงการเมืองกับเรื่องสาธารณสุข โดยสำนักข่าวซินหัวรายงานด้วยว่า ปูตินกล่าวถึงความพยายาม “ป้ายสี” ให้กับรัฐบาลปักกิ่ง “เป็นเรื่องที่ยากเกินรับได้”

ขณะเดียวกัน สีและปูตินเน้นย้ำการที่ทั้งสองประเทศเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ในการต่อสู้กับวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ โดยสนับสนุนซึ่งกันและกันทั้งในด้านบุคลากรการแพทย์และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ตลอดจนการประสานงานกันในอีกหลายเรื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นกันในระดับทวิภาคี ว่าจะสามารถก้าวข้าวผ่านทุกความท้าทายที่เกี่ยวข้องได้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของผู้นำจีนและผู้นำรัสเซียเกิดขึ้นในขณะที่เดอะ วอชิงตัน โพสต์ และฟ็อกซ์นิวส์ รายงานว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เป็นต้นกำเนิดของโรคโควิด-19 หลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของเมืองอู่ฮั่น “โดยบังเอิญ” และรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังตรวจสอบเรื่องนี้ ต่อมากระทรวงการต่างประเทศจีนตอบโต้โดยอ้างข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ว่าข้อกล่าวหาที่เชื้อโรคหลุดออกมาจากห้องทดลองนั้น “ไม่มีมูลความจริง”.
เครดิตภาพ : AP
CR:เดลินิวส์
