ศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 เวลา 09.19 น. เดลินิวส์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแนวทางปฏิบัติ 3 ขั้นตอน เพื่อการ “เปิดอเมริกาอีกครั้ง” จากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 แต่กลุ่มรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือนำโดยรัฐนิวยอร์ก ขอล็อกดาวน์ตัวเองต่อถึงกลางเดือนหน้า
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ว่านายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับสถิติรายวันของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ ว่ามีการยืนยันผู้เสียชีวิตอีก 606 คน ลดลง 20% จากสถิติเมื่อวันพุธ และเป็นสถิติต่ำสุดในรอบ 10 วัน เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมเป็นอย่างน้อย 16,606 คน ขณะที่ผู้ป่วยสะสมมีอย่างน้อย 226,198 คน เพิ่มขึ้น 16,106 คน คิดเป็น 3.49%
คูโอโมกล่าวด้วยว่าเขาตัดสินใจขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ออกไปจนถึงวันที่ 15 พ.ค.นี้ โดยคำสั่งสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่นอกเคหสถาน ในกรณีไม่สามารถรักษาระยะห่างทางสังคมได้เกิน 2 เมตร จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 18 เม.ย.นี้ ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กกล่าวว่า เขาต้องการให้มาตรการเข้มงวดคงอยู่ต่ออีกระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยใหม่จะลดลงมากกว่านี้
เพียงไม่นานหลังการประกาศของรัฐนิวยอร์ก รัฐใกล้เคียงอีกอย่างน้อย 6 แห่งประกาศขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ต่อไปจนถึงวันที่ 15 พ.ค.นี้เช่นกัน คือนิวเจอร์ซีย์ คอนเนตทิคัต เดลาแวร์ แมตซาชูเซตส์ เพนซิลเวเนีย และโรดไอแลนด์ โดยนายฟิล เมอร์ฟีย์ ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ รายงานการพบผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 อีก 362 คนในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด เพิ่มสถิติสะสมเป็นอย่างน้อย 3,518 คน มากกว่าจำนวนพลเมืองรัฐนิวเจอร์ซีย์ซึ่งเสียชีวิตตลอดช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแผนปฏิบัติการ 3 ขั้นเพื่อกลับมา “เปิดระบบเศรษฐกิจ” ของสหรัฐอย่างเต็มรูปแบบ เริ่มจากขั้นแรกที่ยังเป็นการคงความเข้มงวดของการรวมกลุ่มนอกเคหสถาน ที่ห้ามเกิน 10 คน และขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหสถานหากไม่จำเป็น ส่วนโรงเรียนควรปิดสถานที่ต่อไปก่อน
หลังจากนั้นอีก 14 วันเข้าสู่เฟสสอง ผ่อนผันคำสั่งห้ามรวมกลุ่มในสถานที่สาธารณะเป็นไม่เกิน 50 คน และการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะเปิดกว้างมากขึ้น ก่อนที่อีก 14 วันต่อมาเข้าสู่ระยะที่สาม คือการดำเนินชีวิตของประชาชน “เป็นปกติ” แต่มาตรการด้านสาธารณสุขยังคงเข้มงวดในระดับสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคัดกรอง แยกกักตัวผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยง และการรักษาโรคด้วยยาและเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
อนึ่ง ข้อมูลจากศูนย์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ รายงานผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในสหรัฐ สะสมเป็นอย่างน้อย 28,998 คน จากจำนวนผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 662,045 คน และรักษาหายแล้ว 54,703 คน.
เครดิตภาพ : REUTERS
CR:เดลินิวส์
