Apr 15, 2020( Last update Apr 15, 2020 18:02 )VoiceTV

แม้องค์การอนามัยโลกจะเตือนว่าการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์เร็วเกินไปอาจทำให้โควิด-19 ระบาดรุนแรงซ้ำอีก แต่หลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป เริ่มมีแผนดำเนินการขั้นแรก ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อหวังฟื้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่มเป็นเกือบ 2 ล้านคน และกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะหดตัวลงร้อย 3 ในปี 2563 โดยการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศตะวันตกที่ร่ำรวยอาจหดตัวลงถึงร้อยละ 6.1 นับเป็นภาวะถดถอยที่สุดนับตั้งแต่วิกฤต Great Depression เมื่อช่วงทศวรรษ 1930 หลายประเทศโดยเฉพาะในยุโรป ก็กำลังเตรียมการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดที่บังคับใช้เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัส
สเปน – สเปนถือเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในยุโรป รองจากอิตาลี มาตรการล็อกดาวน์ถูกประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. ไปจนถึงวันที่ 25 เม.ย. แต่ล่าสุดเมื่อวันอังคาร 14 เม.ย. แรงงานในภาคก่อสร้างและโรงงานได้รับอนุญาตให้กลับไปทำงานแล้ว โดยรัฐบาลได้แจกจ่ายหน้ากากให้กับแรงงานเหล่านี้รวม 10 ล้านชิ้น
อย่างไรก็ตาม ร้านค้าและบริการส่วนใหญ่ยังปิดอยู่ พนักงานออฟฟิศยังต้องทำงานจากที่บ้านถ้าสามารถทำได้ โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ‘เปโดร ซานเชซ’ เผยว่าการลดมาตรการล็อกดาวน์จะเริ่มขึ้นอย่างเร็วที่สุดใน 2 สัปดาห์ โดยจะค่อยๆ ดำเนินการด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง
อิตาลี – มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศอิตาลีถูกประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. ล่าสุดเมื่อ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ธุรกิจบางอย่างเช่นร้านหนังสือ ร้านซักรีด ร้านเครื่องเขียนและเสื้อผ้านักเรียน ได้รับอนุญาตเปิดให้บริการแล้วบางภูมิภาค โดยอิตาลีมียอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วประเทศทะลุ 21,000 ราย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ก็ต่ำสุดนับตั้งแต่ 13 มี.ค. ส่วนจำนวนผู้ป่วยวิกฤตก็ลดลง 11 วันต่อเนื่อง
ออสเตรีย – ออสเตรีย ซึ่งพบผู้ติดเชื้อยืนยันกว่า 14,000 ราย และมีผู้เสียชีวิต 384 ราย น้อยกว่าหลายประเทศในยุโรปก็เริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์เช่นกัน โดยอนุญาตให้สวนสาธารณะและร้านค้าขนาดเล็กกลับมาเปิดทำการได้ใหม่ และหากยังสามารถควบคุมการระบาดได้ ร้านค้าทั้งหมดก็อาจเปิดบริการวันที่ 2 พ.ค. ส่วนร้านอาหารจะเปิดในช่วงกลางเดือน พ.ค.
อย่างไรก็ตาม ลูกค้ายังต้องสวมหน้ากากอนามัยและรักษากฎเว้นระยะห่างเข้มงวด โดยในพื้นที่ทุกๆ 20 ตารางเมตรของร้านค้าปลีก จะอนุญาตให้มีลูกค้าอยู่ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น นายรัฐมนตรีออสเตรียระบุว่า นี่เป็นขั้นตอนแรกในการกลับสู่ภาวะปกติรูปแบบใหม่ แต่ก็ย้ำว่าวิกฤตครั้งนี้ยังห่างไกลจากการยุติ
สาธารณรัฐเช็ก – รัฐบาลเช็กประกาศแผน 5 ขั้นตอนเพื่อผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. และสิ้นสุดในวันที่ 8 มิ.ย. โดยอันดับแรกคืออนุญาตให้เปิดตลาดกลางแจ้งและร้านงานฝีมือ ขณะเดียวกันก็อนุญาตให้จัดฉลองงานแต่งที่มีผู้ร่วมงานไม่เกิน 10 คนได้ เมื่อ 14 เม.ย. ประชาชนของสาธารณเช็กสามารถเดินทางไปต่างประเทศเพื่อติดต่อธุรกิจหรือเยี่ยมญาติภายใต้เงื่อนไขว่าต้องกักตัว 2 สัปดาห์ เมื่อเดินทางกลับ
เดนมาร์ก – เดนมาร์กจะเปิดการเรียนการสอนในโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษาวันนี้เพื่อให้พ่อแม่เด็กสามารถกลับไปทำงานได้ ส่วนโรงเรียนมัธยมจะเปิดเรียนวันที่ 10 พ.ค. อย่างไรก็ตาม ร้ายอาหารและคาเฟ่ต่างๆ ยังคงปิดให้บริการ และคำสั่งห้ามรวมตัวเกิน 10 คน ก็ยังคงบังคับใช้ถึงวันที่ 10 พ.ค. เป็นอย่างน้อย ส่วนการรวมตัวของคนจำนวนมากกว่านั้นอาจได้รับอนุญาตตั้งแต่เดือนส.ค. เป็นต้นไป
ฝรั่งเศส – ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในฝรั่งเศสตอนนี้อยู่ที่กว่า 15,000 ราย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาประธานาธิบดี ‘เอ็มมานูเอล มาครง’ ได้ประกาศขยายมาตรการล็อกดาวน์ไปจนถึงวันที่ 11 พ.ค. โดยหลังจากนั้นจะค่อยๆ ยกเลิกการล็อกดาวน์โดยทยอยเปิดโรงเรียน แต่มหาวิทยาลัยต่างๆ ยังต้องปิดยกเว้นการจัดชั้นเรียนออนไลน์ ขณะที่บาร์ ร้านอาหาร และโรงภาพยนตร์ จะยังคงปิดทำการ ส่วนการรวมกลุ่มขนาดใหญ่ เช่นงานเทศกาลก็ยังจะถูกห้ามไปจนถึงอย่างน้อยกลางเดือนก.ค. โดยรัฐบาลกำลังร่างแผนออกจากมาตรการล็อกดาวน์โดยละเอียดเพื่อเผยแพร่ใน 2 สัปดาห์
สหรัฐอเมริกา – ประธานาธิบดี ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ อ้างว่ามีอำนาจเต็มที่ในการทำให้ผู้ว่าการรัฐและนายกเทศมนตรีเมืองใหญ่ๆ ยกเลิกนโยบายกักตัวและการเว้นระยะห่าง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญโต้แย้งคำกล่าวอ้างนี้ โดยรายงานระบุว่าในความเป็นจริงแล้วมาตรการล็อกดาวน์มีแนวโน้มที่จะถูกยกเลิกทีละรัฐ ซึ่งหลายรัฐเตือนว่ากระบวนการนี้จะต้องดำเนินไปอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันการระบาดระลอกสอง ขณะที่ ‘แอทโธนี ฟาวซี’ ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐอเมริกายังดำเนินการตรวจและติดตามตามหาไม่เพียงพอที่จะเริ่มการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง
WHO เตือนการระบาดยังไม่ถึงจุดพีค
องค์การอนามัยโลกระบุว่า ในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงในบางพื้นที่ของยุโรป แต่การระบาดยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในสหราชอาณาจักรและตุรกี โดยภาพรวมในทั่วโลกร้อยละ 90 ของผู้ติดเชื้อมาจากยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งโฆษกขององค์การอนามัยโลกระบุว่าเรายังไม่ได้เห็นการระบาดถึงจุดพีค ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรปเตือนให้รัฐสมาชิกพัฒนายุทธศาสตร์ทางออกที่เป็นไปในทางเดียวกัน และมีการประสานงานที่ดีระหว่างชาติสมาชิกเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านลบ พร้อมระบุว่าความล้มเหลวในเรื่องนี้อาจส่งผลให้การระบาดเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ส่วนก่อนหน้านี้ ‘เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส’ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกได้เตือนว่า มาตรการควบคุมจะถูกยกเลิกได้ก็ต่อเมื่อมีมาตรการสาธารณสุขที่ถูกต้อง โดยก่อนที่ประเทศต่างๆ จะพิจารณายกเลิกมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมก็ควรมีเงื่อนไขว่าการแพร่เชื้อของไวรัสนั้นถูกควบคุมแล้ว รวมถึงควรมีระบบตรวจตราเพื่อสืบหา แยก และรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เช่นเดียวกับที่การระบาดในโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุควรถูกทำให้เหลือน้อยที่สุด ต้องมีมาตรการป้องกันในสถานที่สำคัญอย่างเช่นโรงเรียนและที่ทำงาน และความเสี่ยงของการนำเข้าโรคจากต่างๆประเทศต้องอยู่ภายใต้การควบคุม
อ้างอิง The Guardian/CNA/CNBC
CR:VoiceTV
