‘โควิด-19’ ส่งผลต่อภารกิจแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคหัด

อังคารที่ 14 เมษายน 2563 เวลา 11.31 น. เดลินิวส์

เด็กมากกว่า 117 ล้านคน ได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดช้ากว่าปกติ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่โรคโควิด-1 แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมือเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ว่าองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ( ยูนิเซฟ ) ออกแถลงการณ์ร่วมกันเมื่อวันจันทร์ ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้โครงการแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอในอย่างน้อย 24 ประเทศ จากทั้งหมดที่วางแผนไว้ 37 ประเทศมีอันต้องล่าช้า ส่งผลกระทบต่อเด็กมากกว่า 117 ล้านคน เนื่องจากการที่โควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่และแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว เพิ่มแรงกดดันให้กับทุกฝ่าย ซึ่งพร้อมใจกันทุ่มเททรัพยากรด้านสาธารณสุขแทบทั้งหมดบนโลก เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว

เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุด้วยว่า ขณะที่การเพิ่มความเข้มข้นให้กับกลยุทธ์ทุกด้านเพื่อยับยั้งโรคโควิด-19 เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก แต่ในเวลาเดียวกันการมอบวัคซีนให้กับเด็ก เป็นภารกิจที่ทุกฝ่ายต้องไม่ลดระดับเช่นกัน เนื่องจากวัคซีนป้องกันโรคหัดช่วยปกป้อง “อีกหลายล้านชีวิต” อย่างไรก็ตาม การที่หลายประเทศยกระดับมาตรการควบคุมพรมแดน และจำกัดบริการด้านสาธารณสุข เป็นเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความล่าช้าของภารกิจแจกจ่ายวัคซีน

ทั้งนี้ รายงานของดับเบิลยูเอชโอซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ระบุจำนวนผู้ติดโรคหัดทั่วโลกเกือบ 10 ล้านคน เมื่อปี 2561 จากจำนวนดังกล่าวเสียชีวิตประมาณ 140,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก ดับเบิลยูเอโอและหน่วยงานอีกหลายแห่งยืนยันตรงกันว่า โรคหัดยังสามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการให้ภูมิคุ้มกันหมู่ขนาดใหญ่ ซึ่งหมายถึงการที่ทารกและเด็กเล็กได้รับวัคซีนพื้นฐาน รวมถึงโปลิโอด้วย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

CR: เดลินิวส์