Apr 14, 2020( Last update Apr 14, 2020 07:08 )VoiceTV

ติ๊กตอก (TikTok) แอปพลิเคชันแบ่งปันคลิปวิดีโอชื่อดังจากประเทศจีน สัญญาว่าจะจัดหาเงินกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8.18 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ผู้ทำงานในแนวหน้า ผู้ให้ความรู้ และชุมชนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19
อเล็กซ์ จู (Alex Zhu) ประธานของติ๊กตอกกล่าวในแถลงการณ์ว่า บริษัทจะให้การสนับสนุนด้านบุคลากรทางการแพทย์, เวชภัณฑ์ และการบรรเทาทุกข์สำหรับบุคลากรสาธารณสุข ผ่านการจัดหาเงิน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.91 พันล้านบาท ภายใต้กองทุนที่ชื่อว่า ‘ช่วยเหลือผู้พิทักษ์สุขภาพ’ (Health Heroes Relief)
เขากล่าวว่า “เราจะมอบเงิน 50 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.63 พันล้านบาท) แก่บุคลากรทางการศึกษา เพื่อช่วยให้ความรู้ในรูปแบบการศึกษาทางไกล”
รายงานระบุว่า ขณะนี้ ติ๊กตอกกำลังร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับสากล ในการจัดหาหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอื่นๆ ให้กับโรงพยาบาลในประเทศที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโรคโควิด-19 เช่น อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิตาลี, เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา
“เรากำลังร่วมมือกับมูลนิธิซีดีซี (CDC) บริจาคเงิน 15 ล้านดอลลาร์เพื่อการจัดหาบุคลากรทางการแพทย์ให้แก่ท้องถิ่น … เรายังอยากจะช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ในทั่วโลก ซึ่งจะรวมถึงการมอบเงิน 10 ล้านดอลลาร์ให้กับกองทุนรวมใจสู้ภัยโควิด-19 (COVID-19 Solidarity Response Fund) ขององค์การอนามัยโลก (WHO)” จู กล่าว
ทั้งนี้ ติ๊กตอกยังได้จัดตั้งกองทุนเพื่อการช่วยเหลือชุมชนมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนทั่วสหรัฐอเมริกา รวมถึงช่วยเหลือศิลปินที่ชีวิตความเป็นอยู่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการระบาดใหญ่ในครั้งนี้
นอกจากนี้ บริษัทยังให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้เครดิตโฆษณามูลค่า 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.09 พันล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือองค์กรและธุรกิจต่างๆ ให้ฟื้นตัวได้
“เมื่อร่วมแรงร่วมใจกัน เราจะผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากนี้ไปได้ และก้าวไปสู่การเป็นชุมชนที่ดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่เราทุกคนต่างก็ปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าจะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในเป้าหมายที่ต่างมีร่วมกัน มากกว่าที่เคยเป็นมา” จู กล่าว
อนึ่ง แอปพลิเคชันติ๊กตอก (TikTok) เป็นแอปพลิเคชันแบ่งปันคลิปวิดีโอสั้นของไบท์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งเป็นเจ้าของแอปพลิเคชัน ‘โต่วอิน’ (Douyin) ในประเทศจีน
CR: VoiceTV
