‘บิล เกตส์’ เรียกร้องผู้นำโลกร่วมมือสู้วิกฤต โควิด-19

Apr 13, 2020( Last update Apr 13, 2020 13:24 )VoiceTV

‘บิล เกตส์’ ผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ เรียกร้องผู้นำโลกให้ร่วมมือกันในการต่อสู้การระบาดใหญ่ของโควิด-19 และทำให้แน่ใจว่าทั้งอุปกรณ์ป้องกัน การรักษาแบบใหม่และวัคซีน จะถูกกระจายไปอย่างเป็นธรรม

ข้อเรียกร้องของผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์มีขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าภาวะสุญญากาศในการนำระดับโลกจะทำให้การระบาดใหญ่ครั้งนี้ยิ่งยืดเยื้อและยิ่งเพิ่มความเสียหายให้กับชีวิตและเศรษฐกิจ โดยบิล เกตส์ ได้เขียนบทความนี้ลงใน The Sunday Telegraph เรียกร้องให้มีแนวทางระดับโลกในการจัดการกับโรคระบาดครั้งนี้ และเตือนว่าหากปล่อยให้ไวรัสระบาดไปทั่วประเทศกำลังพัฒนา จะทำให้เกิดการระบาดอีกครั้งในประเทศที่ร่ำรวยกว่า แม้ประเทศร่ำรวยเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จในการชะลอการระบาดได้ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าก็ตาม 

บิล เกตส์ ได้เรียกร้องผู้นำโลกเปิดการประชุมใหม่และเห็นชอบในการดำเนินการ 3 ข้อ ได้แก่ รับรองให้แน่ใจว่าทรัพยากรของโลกในการต่อสู้กับโควิด-19 จะถูกจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย ถุงมือ และเครื่องตรวจวินิจฉัยโรค พร้อมระบุว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่แนวหน้าควรเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับการตรวจและได้สิทธิในการเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกัน โดยขอให้ประเทศต่างๆ เห็นชอบในกรอบการทำงานที่เขียนโดยองค์การอนามัยโลกซึ่งจัดลำดับความสำคัญในการจัดส่งทรัพยากรบนพื้นฐานความจำเป็นด้านสาธารณสุขและการแพทย์

นอกจากนี้ บิล เกตส์ ยังเรียกร้องให้ผู้นำโลกจัดหาเงินทุนและทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ซึ่งตอนนี้มีวัคซีนอย่างน้อย 8 ตัวกำลังพัฒนาอยู่ แต่ยังต้องการเงินอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากตั้งเป้าจัดส่งวัคซีนให้ได้ภายใน 18 เดือน และสุดท้ายคือเรียกร้องกลุ่มประเทศ G20 คิดถึงวิธีการผลิตและกระจายวัคซีนเมื่อวัคซีนพร้อมใช้งาน โดยมีความกังวลว่าหากปราศจากการทำข้อตกลงระหว่างประเทศว่าจะมีการจัดสรรหรือกระจายวัคซีนอย่างไรก่อนที่วัคซีนจะพร้อมใช้งาน ก็อาจทำให้เกิดปัญหา “ชาตินิยมวัคซีน” ขึ้นมาได้ ซึ่งนี่ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำให้เกิดข้อตกลงการกระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรม เนื่องจากตอนนี้ไม่มีประเทศใดรู้ว่าใครจะผลิตวัคซีนได้เป็นที่แรก 

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องของบิล เกตส์ มีขึ้นหลังจากเมื่อเดือนที่แล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 ไม่สามารถเห็นชอบในการออกแถลงการณ์ร่วมหลังสหรัฐฯ ยืนกรานเรียกโควิด-19 ว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งความล้มเหลวนี้แตกต่างอย่างชัดเจนกับการดำเนินการของบรรดาผู้นำหลังวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2551 ที่ได้รับเครดิตว่าช่วยป้องกันไม่ให้ผลกระทบของวิกฤตเลวร้ายยิ่งขึ้น 

อ้างอิง The Telegraph/The Independent

CR: VoiceTV