จันทร์ที่ 13 เมษายน 2563 เวลา 07.23 น. เดลินิวส์

สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ 5 ของโลกซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มากกว่า 10,000 คน ด้านนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ซึ่งล้มป่วยจากโรคดังกล่าว ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ยังต้องกักตัวต่อเพื่อเฝ้าระวัง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ว่านายแมตต์ แฮนค็อก รมว.กระทรวงสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร แถลงเมื่อวันอาทิตย์ ว่ามีการยืนยันผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในประเทศอีก 737 คน ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เพิ่มสถิติสะสมเป็นอย่างน้อย 10,612 คน นับเป็นประเทศที่ 5 ของโลกซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มากกว่า 10,000 คน ต่อจากอิตาลี สเปน สหรัฐ และฝรั่งเศส
ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อที่มีการยืนยันในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ที่ 5,288 คน เพิ่มสถิติผู้ป่วยสะสมเป็นอย่างน้อย 84,279 คน โดยมีผู้ได้รับการรักษาหายแล้ว 344 คน
ด้านคณะแพทย์ของโรงพยาบาลเซนต์ โธมัส ในกรุงลอนดอน อนุญาตให้นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว หลังเข้ารับการรักษาตัวภายในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤติเมื่อวันที่ 5 เม.ย. จากอาการป่วยด้วยโรคโควิด-19 แฮนค็อกกล่าวถึงจอห์นสันว่า ไม่ได้กลับมายังดาวนิงสตรีทันที เนื่องจากต้องไปกักตัวต่ออีกระยะหนึ่ง ซึ่งผู้นำสหราชอาณาจักรพักฟื้นอยู่ที่เรือนรับรองประจำตำแหน่ง ที่อยู่ชานกรุงลอนดอน
ขณะเดียวกัน ดาวนิงสตรีทเผยแพร่คลิปแถลงการณ์ของจอห์นสัน ขอบคุณบุคลากรการแพทย์ทุกคนที่โรงพยาบาลเซนต์ โธมัส ซึ่งช่วยเหลือเขาเป็นอย่างดี และยกย่องความทุ่มเทของทุกฝ่าย พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่าชีวิตของเขาตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล “แขวนอยู่บนเส้นด้าย” การที่เขาหายดีคือการที่เขา “เป็นหนี้ชีวิต” เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคนที่โรงพยาบาลแห่งนี้
ในวันเดียวกัน พระราชวังเคนซิงตันเผยแพร่แถลงการณ์ของเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ ประทานกำลังใจให้กับพสกนิกร ว่าสหราชอาณาจักรสามารถเผชิญหน้าและฝ่าฝันวิกฤติได้เสมอ พระองค์ทรงเป็นสมาชิกราชวงศ์วินด์เซอร์พระองค์ล่าสุดซึ่งทรงเคลื่อนไหวในยามบ้านเมืองเผชิญกับวิกฤติสาธารณสุขครั้งนี้ โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชทานพระราชดำรัส 2 ครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนเจ้าฟ้าชายชาร์ลส มกฎราชกุมาร ซึ่งทรงประชวรจากโรคโควิด-19 และพระอาการดีขึ้นเป็นลำดับ ทรงมีพระราชดำรัสออกมาเป็นระยะเช่นกัน.
เครดิตภาพ : AFP
CR: เดลินิวส์
