อาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2563 เวลา 10.33 น. เดลินิวส์

บุคคลใดก็ตามซึ่งละเมิดมาตรการ “เซอร์กิต เบรกเกอร์” ที่เป็นคำสั่งให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการออกจากเคหสถาน “หากไม่มีความจำเป็น” เพื่อลดความเสี่ยงของการติดโรคโควิด-19 ต้องเสียค่าปรับเกือบ 7,000 บาทให้กับรัฐบาลสิงคโปร์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ว่าคณะทำงานเฉพาะกิจระหว่างกระทรวงของรัฐบาลสิงคโปร์ ว่าด้วยการแก้ไขภาวะวิกฤติจากโรคระบาดโควิด-19 ออกแถลงการณ์ว่า นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 12 เม.ย.นี้เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่จะยุติการบันทึกประวัติและออกเอกสารเตือน ให้กับบุคคลใดก็ตามซึ่งฝ่าฝืนมาตรการ “เซอร์กิต เบรกเกอร์” ที่รัฐบาลบังคับใช้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ผู้กระทำผิดต้องชำระค่าปรับให้แก่ทางการเป็นจำนวน 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ ( ราว 6,939 บาท )
อัตราดังกล่าวมีผลเฉพาะกับผู้กระทำผิดครั้งแรกเท่านั้น หากพบการประทำผิดซ้ำต้องเสียค่าปรับมากขึ้น หรืออาจถูกดำเนินคดีที่บทลงโทษคือการจำคุก “ในกรณีร้ายแรง” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ออกเอกสารเตือนเรื่องการละเมิดเซอร์กิต เบรกเกอร์ ให้กับผู้ฝ่าฝืนมากกว่า 3,000 คนเฉพาะเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ด้านกระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์ออกแถลงการณ์แยกอีกฉบับหนึ่ง ว่าประชาชน “มีความจำเป็น” ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ และการปิดชายหาดทุกแห่งเพื่อป้องกันการรวมตัวของคนหมู่มาก ขณะที่ก่อนหน้านั้นรัฐบาลปิดสวนสาธารณะและอุยานแห่งชาติหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า ตลาดสดที่อยู่ภายใต้การบริหารของภาครัฐกำหนดให้ประชาชนทุกคนซึ่งอยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และร้านค้าทุกแห่งภายในตลาดสดมีการกำหนดระยะห่างทางกายภาพอย่างชัดเจน
อนึ่ง รัฐบาลสิงคโปร์เริ่มแจกหน้ากากผ้าให้กับประชาชนตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งที่ 2 ภายในระยะเวลา 2 เดือน ที่รัฐบาลสิงคโปร์แจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน ต่อจากการแจกหน้ากากอนามัยให้ครัวเรือนละ 4 ชิ้นเมื่อปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งผู้ป่วยสะสมในสิงคโปร์เพิ่มเป็นอย่างน้อย 2,299 คน รักษาหายแล้ว 528 คน แต่เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน.
เครดิตภาพ : REUTERS
CR:เดลินิวส์
