แรงงานเวเนซุเอลา ตกงาน-ไร้บ้าน หลังโคลอมเบีย “ล็อกดาวน์”

วันที่ 10 เมษายน 2563 – 14:46 น. ประชาชาติธุรกิจ

. (Photo by Luis ROBAYO / AFP)

การระบาดของ “โควิด-19” ส่งผลให้หลายประเทศใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อจำกัดการแพร่ระบาด แต่มาตรการดังกล่าวส่งผลให้เกิดภาวะว่างงานจำนวนมาก ซึ่งผู้ที่มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบอย่างหนัก อย่าง กลุ่มแรงงานชาวเวเนซุเอลา ที่อพยพไปทำงานใน “โคลอมเบีย” ที่ได้รับผลกระทบชัดเจนที่สุด

รอยเตอร์ส รายงานว่า ปัจจุบันมีกลุ่มคนยากจนในโคลอมเบียราว 5 ล้านครอบครัว ที่ประกอบอาชีพนอกระบบ โดยไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง และต้องเช่าที่พักอาศัย ซึ่งบางครอบครัวมีรายได้น้อย ทำให้มีความสามารถเช่าได้เพียงที่พักราคาถูกเพียง 1.20 ดอลลาร์สหรัฐ/คืนเท่านั้น

โดยมาตรการล็อกดาวน์ได้ซ้ำเติมกลุ่มคนเหล่านี้ เนื่องจากส่งผลให้เกิดการว่างงานจำนวนมาก ทำให้ผู้คนขาดรายได้สำหรับเป็นค่าเช่าที่พักอาศัยและกลายเป็นผู้ไร้บ้านในที่สุด

นอกจากนี้ อัลจาซีร่า รายงานว่า มาตรการดังกล่าวยังส่งผลให้ราคาอาหารและของใช้ในชีวิตประจำวันพุ่งสูงขึ้น เช่น ราคาไข่ไก่ที่เพิ่มขึ้นเป็นฟองละ 0.15 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมฟองละ 0.07 ดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ค่าครองชีพอื่น ๆ ก็เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวแม้ว่ารัฐบาลโคลอมเบียจะใช้มาตรการควบคุมโรคระบาด แต่กลับไม่มีมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานนอกระบบที่ไม่สามารถรับสวัสดิการการว่างงานจากรัฐได้ ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจ และนำไปสู่การประท้วงรัฐบาล แต่กลุ่มผู้ประท้วงส่วนใหญ่กลับเป็นแรงงานชาวเวเนซุเอลา

ทั้งนี้ มีชาวเวเนซุเอลาจำนวนมากที่อพยพจากบ้านเกิดมาเป็นแรงงานนอกระบบในโคลอมเบีย เนื่องจากภาวะล่มสลายของระบบเศรษฐกิจเวเนซุเอลาที่ ส่งผลให้มีชาวเวเนซุเอลาราว 1.8 ล้านคน อพยพไปยังประเทศเพื่อนบ้านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยชาวเวเนซุเอลาส่วนใหญ่ในโคลอมเบีย ประกอบอาชีพนอกระบบ อย่างการเร่ขายของและการบริการต่าง ๆ

“โยเซฟ เมิร์กซ์” หัวหน้าสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ประจำโคลอมเบีย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีชาวเวเนซุเอลาทำงานในโคลอมเบีย อย่างน้อย 1.77 ล้านคน โดย 60% เป็นแรงงานนอกระบบ สอดคล้องกับรายงานของมหาวิทยาลัยแห่งชาติโคลอมเบียที่ระบุว่า มีแรงงานเวเนซุเอลาที่มีสัญญาจ้างถูกต้องตามกฎหมายเพียง 25% ซึ่งไม่สามารถรับสวัสดิการและความช่วยเหลือจากรัฐได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีแรงงานชาวเวเนซุเอลาจำนวนมากในประเทศ แต่รัฐบาลโคลอมเบียกลับมองข้ามแรงงานเหล่านี้ โดยภายหลังการประท้วง รัฐบาลได้ประกาศว่าจะมีการช่วยเหลือแรงงานนอกระบบชาวโคลอมเบียราว 3 ล้านครอบครัว แต่ไม่ครอบคลุมแรงงานนอกระบบชาวเวเนซุเอลา

“แมเรียน เมนจิวาร์” ผู้อำนวยการคณะกรรมการช่วยเหลือและกู้ภัยนานาชาติ (ไออาร์ซี) ประจำโคลอมเบีย ระบุว่า การล็อกดาวน์ทำให้แรงงานเวเนซุเอลาไม่สามารถประกอบอาชีพได้ โดยสำนักข่าวโคลอมเบีย รีพอร์ตรายงานว่า มาตรการล็อกดาวน์ส่งผลให้แรงงานชาวเวเนซุเอลาตกงานราว 1.5 ล้านคน

ขณะที่ “จอร์จ อีบาร์ธ” ตัวแทนแรงงานเวเนซุเอลาในโคลอมเบียระบุว่า วันแรกของการใช้มาตรการล็อกดาวน์มีชาวเวเนซุเอลาในกรุงโบโกตา เมืองหลวงของโคลอมเบีย กว่า 500 ครอบครัวที่ถูกให้ออกจากที่พัก เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า

ด้าน ฮิวแมนไรตส์วอตช์ แสดงความกังวลว่า “กลุ่มคนเหล่านี้นอกจากจะว่างงานแล้ว ยังไร้ที่อยู่อาศัยและขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการระบาดของไวรัสที่รุนแรงขึ้นได้ ดังนั้นความช่วยเหลือจากรัฐบาลจึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก”

“กิเมนา ซานเชส” นักสิทธิมนุษยชนจากวอชิงตัน เตือนรัฐบาลโคลอมเบียว่า แรงงานชาวเวเนซุเอลากำลังเป็นผู้ได้รับผลกระทบหนักสุด ซึ่งอาจนำสู่การกระทำผิดกฎหมายและอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะไม่เป็นผลดีกับรัฐบาลโคลอมเบียเอง

CR: ประชาชาติธุรกิจ