“ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐ” ลบคำแนะนำใช้ยามาลาเรียรักษา “โควิด-19” หลังหมอชี้ยังไม่มีผลวิจัยรองรับ

วันที่ 8 เมษายน 2563 – 13:42 น. ประชาชาติธุรกิจ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) ได้ลบคำแนะนำเกี่ยวกับการรักษาอาการป่วยจาก “โควิด-19” ด้วยยา ไฮดรอกซีคลอโรควิน และยา คลอโรควิน ซึ่งเป็นยารักษาโรคมาลาเรีย ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้แนะนำให้แพทย์ใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อก่อนหน้านี้

โดยไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ซีดีซีได้เผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับการใข้ยาทั้ง 2 ชนิดเพื่อรักษาอาการโควิด-19 โดยอิงจากข้อมูลจากประสบการณ์ของแพทย์บางกลุ่ม โดยที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบรับรองทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งคำแนะนำดังกล่าวของซีดีซีได้รับการเผยแพร่หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐใช้ยารักษาโรคมาลาเรียทั้ง 2 ชนิดในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อย่างกว้างขวาง

ซึ่งก่อนการลบคำแนะนำดังกล่าว เว็บไซต์ของซีดีซีระบุว่า ยาไฮดรอกซีคลอโรควินและยาคลอโรควินเป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 “แม้ว่าปริมาณและระยะเวลาในการใช้ยาไฮดรอกซีคลอโรควินรักษาอาการโควิด-19 จะยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่แพทย์หลายคนในสหรัฐได้บอกเล่าประสบการณ์ของตนเอง” ซึ่งนับหนึ่งในทางเลือกในการรักษาโควิด-19

ดร.ลินน์ โกลด์แมน คณบดีสถาบันสาธารณสุขศาสตร์มิลเกน มหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน ได้แสดงความประหลาดใจกับรอยเตอร์สว่า “ทำไมซีดีซีจึงเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งไม่มีหลักฐานรองรับอย่างสมเหตุสมผล นั่นเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดมาก” ขณะที่แพทย์อีกหลายรายระบุว่า ยาทั้ง 2 ชนิดยังคงไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะยาดังกล่าวมีประสิทธิภาพหรือเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย

ซึ่งขณะนี้เว็บไซด์ของซีดีซีก็ได้ลบคำแนะนำดังกล่าว และเปลี่ยนเป็นข้อความว่า “ยังไม่มียาหรือการบำบัดรักษาใดที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐว่าสามารถป้องกันหรือรักษาโควิด-19 ได้” พร้อมทั้งระบุว่า “ยาไฮดรอกซีคลอโรควินและยาคลอโรควินยังอยู่ในกระบวนการทดลองทางคลินิก” สำหรับใช้กับผู้ป่วยติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่

การถกเถียงเรื่องการใช้ยาทั้ง 2 ชนิดในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 กลายเป็นประเด็นทางการเมืองของสหรัฐมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์แนะนำให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ใช้ตัวยาดังกล่าวในการรักษาผู้ป่วย พร้อมทั้งระบุว่าตัวเขาเองก็อาจจำเป็นต้องใช้ยาดังกล่าวด้วยเช่นกัน และยังมีการข่มขู่รัฐบาลอินเดียซึ่งเป็นผู้ส่งออกยารักษาโรครายใหญ่ของโลก ห้ามไม่ให้ระงับการส่งออกยาดังกล่าวด้วย

CR:ประชาชาติธุรกิจ