ยูเอ็นหวั่น ‘โควิด-19’ ระบาดในค่ายผู้ลี้ภัยตะวันออกกลาง

อาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563 เวลา 09.19 น. เดลินิวส์

สหประชาชาติเฝ้าระวังสถานการณ์ภายในค่ายผู้ลี้ภัยชาวซีเรียและปาเลสไตน์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ว่าสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) และสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ ( ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ) ยืนยันตรงกันว่ายังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” ในค่ายผู้ลี้ภัยของชาวซีเรียและปาเลสไตน์ แต่ในซีเรียมีการยืนยันผู้ติดเชื้อแล้ว 16 คน รักษาหายแล้ว 2 คน และเสียชีวิตแล้ว 2 คน

ขณะที่ในปาเลสไตน์มีการยืนยันผู้ป่วยแล้ว 216 คน รักษาหายอย่างน้อย 21 คน และเสียชีวิตแล้ว 1 คน อย่างไรก็ตาม ยูเอ็นมีความวิตกกังวลว่า สภาพความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียและปาเลสไตน์ ซึ่งแออัดอยู่ในศูนย์พักพิงตามแนวชายแดนของหลายประเทศ ซึ่งสภาพแวดล้อมแออัดและมีข้อจำกัดด้านระบบสาธารณูปโภค ถือเป็น “ปัจจัยเสี่ยงสูง” ที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในสถานที่แห่งนี้ และการพบผู้ติดเชื้อในค่ายผู้ลี้ภัยแม้เพียงคนเดียวก็ถือเป็น “หายนะ”

ด้านสภาผู้ลี้ภัยนอร์เวย์ ซึ่งในองค์กรอิสระระหว่างประเทศที่ดำเนินการด้านผู้ลี้ภัยโลก รายงานว่าได้ส่งทีงานเข้าไปวางระบบจ่ายน้ำสะอาด และจัดสรรสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการรักษาความสะอาด อาทิ สบู่ ให้กับผู้ลี้ภัยทั้งในซีเรียและปาเลสไตน์  ขณะที่เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ลาดตระเวนพร้อมเปิดเครื่องกระจายเสียง และลงพื้นที่สำรวจเป็นระยะ เพื่อรณรงค์ให้บรรดาผู้ลี้ภัยเพิ่มการรักษาความสะอาด

  ทั้งนี้ ตัวเลขอย่างเป็นทางการของยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุจำนวนผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในเลบานอนไว้ที่ราว 175,000 คน แต่หลายฝ่ายประเมินว่าในความเป็นจริงอาจสูงถึง 500,000 คน โดยวิเคราะห์จากสภาพความเป็นอยู่ ส่วนจำนวนผู้ลี้ภัยชาวซีเรียซึ่งขึ้นทะเบียนกับยูเอ็นเอชซีอาร์ และพักอยู่ตามค่ายในเลบานอนมีมากกว่า 1.5 ล้านคน ประมาณ 1 ใน 5 ของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียซึ่งลงทะเบียนกับยูเอ็นเอชซีอาร์.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

CR: เดลินิวส์