งานวิจัยชี้ ‘ปิดอู่ฮั่น’ ลดการระบาดในจีนได้มาก

พุธที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 13.21 น. เดลินิวส์

ผลการศึกษาร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญนานาชาติพบว่า มาตรการปิดเมืองอู่ฮั่นที่จีนบังคับใช้ตั้งแต่ปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ช่วยป้องกันไม่ให้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศ “เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ว่าคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติของจีนรายงานสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” ว่าพบผู้เสียชีวิตอีก 7 คน เพิ่มสถิติสะสมเป็นอย่างน้อย 3,312 คน และผู้ป่วยใหม่พบอีก 36 คน เป็นการติดเชื้อภายในประเทศเพียงคนเดียว เพิ่มสถิติสะสมเป็นอย่างน้อย 81,554 คน

ด้านจำนวนผู้ได้รับการรักษาหายแล้วมีอย่างน้อย 76,238 คน หมายความว่าคงเหลือผู้ป่วยอยู่ในระบบอีกอย่างน้อย 2,004 คน ขณะเดียวกัน การรายงานสถิติประจำวันที่ 1 เม.ย. ยังเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลปักกิ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “ผู้ป่วยซึ่งไม่แสดงอาการ” ของโรคโควิด-19 โดยเป็นการรวบรวมสถิตถึงวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่ามีจำนวนอย่างน้อย 1,367 คน ซึ่งทุกคนอยู่ภายใต้การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดจากบุคลากรการแพทย์ และจากจำนวนดังกล่าวเป็นกลุ่มผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศอย่างน้อย 205 คน

ขณะเดียวกัน วารสารวิชาการรายสัปดาห์ “วิทยาศาสตร์” ( Science ) เผยแพร่ผลงานวิจัยซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างนักวิชาการในสหรัฐ สหราชอาณาจักร และจีน เกี่ยวกับ “ประสิทธิภาพ” ของมาตรการปิดเมือง ที่รัฐบาลปักกิ่งบังคับใช้กับเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีน ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. นั้น สามารถทำลายห่วงโซ่การแพร่ระบาด โดยตัดขาดระหว่างผู้ป่วยกับกลุ่มเสี่ยง และบุคคลแวดล้อมได้อย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ ในวันที่ 50 ของการเกิดโรคระบาด ตรงกับวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา สถิติผู้ป่วยสะสมในจีนมีประมาณ 30,000 คน แต่หากยังปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปตามปกติ จำนวนผู้ติดเชื้อในจีน ณ วันที่ 50 ของการเกิดโรคระบาด อาจพุ่งเป็นมากกว่า 700,000 คน.

เครดิตภาพ : REUTERS

CR: เดลินิวส์