จันทร์ที่ 23 มีนาคม 2563 เวลา 07.28 น. เดลินิวส์

รัฐบาลอิตาลียกระดับความเข้มงวดของมาตรการปิดเมืองเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยการ “ห้ามการเดินทางภายในประเทศ”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของอิตาลีรายงานสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” นับตั้งแต่พบผู้ป่วยคนแรกเมื่อวันที่ 31 ม.ค. และผู้เสียชีวิตคนแรกเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่าพบผู้ป่วยใหม่อีก 5,560 คนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เพิ่มสถิติผู้ป่วยสะสมเป็นอย่างน้อย 59,138 คน และได้รับการรักษาจนหายแล้ว 7,024 คน เพิ่มขึ้น 10.4% ส่วนการยืนยันผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบอีก 651 คน เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นอย่างน้อย 5,476 คน อัตราการเสียชีวิตคิดเป็น 9.3%

ขณะที่นายอังเจโล โบเรลลี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันภัยพลเรือน กล่าวว่าการที่ผู้เสียชีวิตรายวัน “ลดลงเล็กน้อย” เพิ่มความหวังให้กับทุกฝ่าย แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะไม่มีทางชะล่าใจอย่างเด็ดขาด และมาตรการทุกอย่างจะยังคงเข้มข้นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่้คลายอย่างสมบูรณ์

ด้านรัฐบาลท้องถิ่นโดยเฉพาะในภาคเหนือของอิตาลียังคงเรียกร้องนายกรัฐมนตรีจูเซปเป คอนเต ยกระดับมาตรการควบคุมการเคลื่อนไหวของประชาชนด้วยเหตุผลด้านสาธารณสุขให้มากขึ้นอีก ซึ่งผู้นำอิตาลีได้ยกระดับมาตรการขึ้นอีก ด้วยการออกคำสั่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าสถานประกอบการและโรงงาน “ที่ไม่จำเป็น” คือไม่เกี่ยวข้องกับอาหารและยารักษาโรค หรือเป็นกิจการที่ไม่ได้มีผลต่อการขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทาน ต้องระงับกิจการถึงวันที่ 3 เม.ย.นี้ โดยรัฐบาลให้เวลาจนถึงวันพุธที่ 25 มี.ค.นี้ ในการให้โรงงานและสถานประกอบการที่เข้าข่ายระงับกิจการ
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยของอิตาลีออกแถลงการณ์ ว่าจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ให้ประชาชนอยู่แต่ภายในเคหะสถานหรือสถานที่พำนักซึ่งอาศัยอยู่ ณ ปัจจุบัน การเดินทางภายในเมือง และการเดินทางระหว่างเมืองหรือระหว่างภูมิภาค ต้องเป็นไป “ด้วยเหตุผลที่จำเป็น” อาทิ เพื่อการทำงานเท่านั้น ผู้ใดฝ่าฝืนอาจต้องชำระค่าปรับขั้นต่ำ 206 ยูโร ( ราว 7,243.42 บาท ) และสูงสุด 5,000 ยูโร ( ราว 175,811.21 บาท ).
เครดิตภาพ : AP, REUTERS
CR: เดลินิวส์
