อหิวาต์สุกรแอฟริกันระบาดในฟิลิปปินส์

จันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 07.15 น. เดลินิวส์

รัฐบาลฟิลิปปินส์พบการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์สุกรแอฟริกัน ในท้องที่ทางใต้และบนเกาะลูซอนที่อยู่ทางเหนือ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ว่ากระทรวงเกษตรของฟิลิปปินส์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ เรื่องการกำจัดสุกรอย่าน้อย 407 ตัวซึ่งติดเชื้ออหิวาต์สุกรแอฟริกัน ( เอเอสเอฟ ) จากทั้งหมด 2,398 ตัว ที่หมู่บ้าน 2 แห่งในเมืองดาเวา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเกาะมินดาเนา ที่ตั้งอยู่ทางใต้ ปัจจุบันเกาะมินดาเนามีประชากรสุกรประมาณ 3.7 ล้านตัว คิดเป็น 29% ของประชากรสุกรทั้งฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบการแพร่ระบาดของเอเอสเอฟในฟาร์มอีกหลายแห่งบนเกาะลูซอน ที่อยู่ทางเหนือด้วย

ปัจจุบันฟิลิปปินส์เป็นประเทศผู้บริโภคเนื้อสุกรรายใหญ่อันดับ 10 ของโลก และนำเข้าเนื้อสุกรมากเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยพบการติดเชื้อเอเอสเอฟอย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในเขตชานกรุงมะนิลา เมื่อเดือนก.ย.ปีที่แล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งสมมติฐานการแพร่ระบาดของเชื้อเอเอสเอฟในประเทศอาจมาจากขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากจีน ประเทศต้นตอของโรคดังกล่าว หรืออาหารสุกรนำเข้าจากอินโดนีเซีย ซึ่งระหว่างเดือนธ.ค.ปีที่แล้วถึงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา กำจัดสุกรไปแล้ว 43,000 ตัวเฉพาะในท้องที่ของจังหวัดสุมาตราเหนือ และอีกอย่างน้อย 880 ตัวบนเกาะบาหลี

แม้เอเอสเอฟเป็นโรคที่ยังไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบอย่างหนักในเชิงเศรษฐกิจ ที่อุตสาหกรรมเนื้อสุกรย่อมได้รับผลกระทบโดยตรง ยิ่งไปกว่านั้นนักวิทยาศาสตร์ยังไม่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคชนิดนี้ด้วย ขณะที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ( เอฟเอโอ ) ประเมินพื้นที่เสี่ยงของการแพร่ระบาดโรคเอเอสเอฟในตอนนี้ คือประเทศซึ่งมีพรมแดนติดกับจีน ไปจนถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอฟเอโอกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลจีนและอีกหลายประเทศ เพื่อร่วมกันหาทางควบคุมการแพร่ระบาดของโรค แต่เตือนว่าการใช้ “มาตรการเบ็ดเสร็จ” ห้ามการลำเลียงสุกรและจำกัดการขนส่งผลิตภัณฑ์เนื้อสุกร อาจยิ่งกระตุ้นการขนส่งผลิตภัณฑ์อย่างผิดกฎหมายแทน.

เครดิตภาพ  GETTY IMAGES

CR: เดลินิวส์