จังหวัดอาเจะห์เตรียมใช้ กฎหมาย’ชารีอะห์’ปกป้องสัตว์ป่า

อาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม 2562 เวลา 10.50 น. เดลินิวส์

ภาพจาก-https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%AE%E0%B9%8C

เขตปกครองพิเศษจังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซียเตรียมใช้บทลงโทษตามกฎหมายชารีอะห์กับผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่า ด้วยการเฆี่ยนซึ่งอาจสูงถึง 100 ครั้ง นอกจากนั้น ผู้กระทำผิดต้องรับโทษตามกฎหมายของรัฐบาลกลางในกรุงจาการ์ตาด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ว่าทางการเขตปกครองพิเศษจังหวัดอาเจะห์ ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะสุมาตราในอินโดนีเซีย และเป็นจังหวัดเดียวในประเทศที่ยังใช้กฎหมายชารีอะห์ ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าสภาของจังหวัดอาเจะห์มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยการเพิ่มบทลงโทษแก่บุคคลซึ่งลักลอบฆ่าหรือแม้เพียง “ทำอันตราย” ให้แก่สัตว์ป่าประเภทใดก็ตาม ต้องรับโทษด้วยการโบยที่อาจสูงถึง 100 ครั้ง พร้อมชำระค่าปรับเป็นทองคำ 1 กิโลกรัม นอกเหนือจากการรับโทษตามกฎหมายของรัฐบาลกลางในกรุงจาการ์ตา ที่บทลงโทษหลักคือการจำคุกและชำระค่าปรับ “จำนวนมหาศาล”

  ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์สัตว์ป่าในท้องที่ของจังหวัดอาเจะห์อาจต้องรับโทษโบยสูงถึง 60 ครั้ง โทษฐานบกพร่องและละเลยต่อหน้าที่ โดยแถลงการณ์ระบุว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป พร้อมทั้งระบุเหตุผลของการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ ว่าจังหวัดอาเจะห์เป็นหนึ่งในศูนย์กลางของความหลากหลายทางระบบนิเวศที่สำคัญของเกาะสุมาตราและอินโดนีเซีย ประชาชนในพื้นที่อาศัยอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าทั้งเสือ สิงโต ช้าง แรด ลิงหลากหลายสายพันธุ์ และนกนานาชนิดได้อย่างสงบสุข ด้วยเหตุนี้ บุคคลใดก็ตามซึ่งเจตนาทำลายโครงสร้างทางธรรมชาติดังกล่าวสมควรรับโทษสถานหนัก

ทั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทั้งจังหวัดอาเจะห์และอินโดนีเซียเองด้วย ที่มีการกำหนดว่าการทำลายธรรมชาติ “เป็นความผิดอาญา” ตามกฎหมายชารีอะห์ เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าจังหวัดอาเจะห์ใช้บทลงโทษดังกล่าวกับ “การประพฤติผิดทางสังคม” ที่รวมถึงการลักลอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเพศเดียวกัน และการพนัน.

CR: เดลินิวส์