ผู้นำอินโดนีเซียให้คำมั่นเร่งทำทุกทางเพื่อดับไฟป่า

พุธที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 09.02 น. เดลินิวส์

ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด เดินทางไปยังหนึ่งในพื้นที่ประสบกับไฟป่ารุนแรงบนเกาะสุมาตรา โดยให้คำมั่นว่ารัฐบาลอินโดนีเซีย “เร่งทำทุกวิถีทาง” เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่เพื่อนบ้าน ด้านดร.หมาเธร์ โมฮัมหมัด โต้ข่าวว่าเขาเขียนจดหมายไป “ตำหนิ”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเปอกันบารู จังหวัดรีเยา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ว่าประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ลงพื้นที่หลายเขตในจังหวัดรีเยา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะสุมาตรา เมื่อวันอังคาร โดยจังหวัดรีเยาเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดจากไฟป่าประจำปีนี้  โดยรายงานของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( บีเอ็นพีบี ) ระบุว่าไฟป่าสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่เฉพาะในจังหวัดรีเยา รวมถึงเมืองเปอกันบารูซึ่งเป็นเมืองเอกไปแล้วประมาณ 123,500 เอเคอร์

ทั้งนี้ วิโดโดกล่าวว่าหน่วยงานทุกแห่งที่เกี่ยวข้องในอินโดนีเซียพยายามอย่างสุดความสามารถในการควบคุมไฟป่าในทุกพื้นที่ ซึ่งเขาได้สั่งเสริมกำลังตำรวจและทหารเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนภารกิจของการดบไฟป่าของเจ้าหน้าที่พลเรือน แต่ยอมรับว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ “การป้องกันไม่ให้ไฟป่าเกิดขึ้น” โดยไฟป่าส่วนใหญ่ในอินโดนีเซียเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งเป็นเกษตรกรที่แผ้วถางป่าเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกพืชไร่ อาทิ ปาล์มน้ำมัน

ขณะที่รายงานของบีเอ็นพีบีระบุว่า ปฏิบัติการดับไฟป่าตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ใข้น้ำไปแล้วมากกว่า 263 ล้านลิตร และสารเคมีทำฝนเทียมอีกอย่างน้อย 164 ตัน  แต่ไฟป่าเผาทำลายพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 812,000 เอเคอร์ ส่วนใหญ่อยู่บนเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียว ด้านรัฐบาลมาเลเซียและสิงคโปร์ยังคงร้องเรียนไปยังรัฐบาลจาการ์ตาเกี่ยวกับปัญหาหมอกควันจากไฟป่า “ที่ยังแก้ไม่ตก” เพราะเกิดขึ้นทุกปี อย่างไรก็ตาม ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ปฏิเสธรายงานของสื่อที่ประโคมข่าวใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเขาเขียนจดหมายไป “ต่อว่า” วิโดโด โดยกล่าวว่ามาเลเซียต้องวิเคราะห์หา “สาเหตุแท้จริง” ของหมอกควันด้วยตัวเองก่อน

นอกจากนี้ มูลนิธิเพื่อการรอดชีวิตของอุรังอุตังบนเกาะบอร์เนียว ซึ่งเป็นองค์กรอิสระช่วยเหลือลิงอุรังอุตังของอินโดนีเซีย ร่วมเร่งเร้ารัฐบาลจาการ์ตาในการดับไฟป่าเช่นกัน เนื่องจากหวั่นเกรงจะส่งกระทบต่อสุขภาพของลิงอุรังอุตัง 335 ตัวที่อยู่ภายใต้การดูแล และในจำนวนนี้ 37 ตัวเป็นลิงอุรังอุตังที่ยังอยู่ในวัยเด็ก.

เครดิตภาพ : REUTERS, AFP

CR: เดลินิวส์