อาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562 เวลา 13.35 น. เดลินิวส์

“จุรินทร์” เผยประชุมรมต.อาร์เซ็ป สำเร็จดี หลังรมต.ตัดสินใจในนโยบาย 3-4 ประเด็นติดค้าง ทั้งพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เปิดตลาดสินค้า บริการ ลงทุน ทำให้เดินหน้าเจรจาต่อได้ ย้ำล่าสุดคุยจบแล้ว 7 เรื่อง 3 ภาคผนวก ยัน 16 ชาติร่วมดันให้ปิดรอบเจรจา และประกาศความสำเร็จได้เดือน พ.ย.นี้ที่กรุงเทพฯ ด้าน “เลขาอาเซียน” ชม ทำหน้าที่ประธานได้ดี ทั้งที่นั่งหัวโต๊ะเป็นครั้งแรก
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ระหว่างอาเซียน และ 6 ประเทศคู่เจรจาคือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 3 ส.ค.62 ว่า การประชุมประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะรัฐมนตรีทั้ง 16 ประเทศ ได้ตัดสินใจในระดับนโยบายใน 3-4 เรื่องที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ คือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การเปิดตลาดด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ทำให้ระดับเจ้าหน้าที่ สามารถนำเอาการตัดสินใจในระดับนโยบาย ไปดำเนินการเจรจา เพื่อให้เกิดความคืบหน้าต่อไปได้ และทุกประเทศยืนยันที่จะร่วมผลักดันให้การเจรจาจบได้สิ้นปีนี้ตามเป้าหมาย
“3-4 ประเด็นที่ยังติดขัด การประชุมครั้งนี้สามารถหาทางออก และมีข้อสรุปเบื้องต้นได้ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการจะนำไปสู่การปิดรอบการเจรจาครั้งสุดท้ายในเดือนพ.ย.นี้ที่กรุงเทพฯ ซึ่งสมาชิกทุกประเทศพอใจ เพราะเป็นความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมที่สุดครั้งหนึ่ง”
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า หลังการประชุมที่ปักกิ่งแล้ว จะมีการประชุมระดับเจ้าหน้า ที่ หรือการประชุมคณะกรรมการเจรจาจัดทำอาร์เซ็ป และระดับรัฐมนตรี รวม 4 ครั้ง ก่อนที่จะสรุปผลการเจรจาให้ได้ โดยปลายเดือนส.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการเจรจาฯ นัดพิเศษ ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย, ต้นเดือนก.ย. การประชุมรัฐมนตรีอาร์เซ็ปครั้งที่ 7 ที่กรุงเทพฯ, ปลายเดือนก.ย. การประชุมคณะกรรมการเจรจาฯ ครั้งที่ 28 ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม และสุดท้ายเดือนพ.ย. การประชุมรัฐมนตรีอาร์เซ็ปที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะต้องปิดรอบการเจรจาให้ได้
ทั้งนี้ หากจบการเจรจาได้ในปีนี้ และประกาศความสำเร็จในเดือนพ.ย.นี้ได้ คาดว่า สมาชิกน่าจะลงนามความตกลงร่วมกันได้ประมาณกลางปีหน้า จากนั้นสมาชิกจะต้องดำเนินการภายในประเทศ เพื่อให้สัตยาบรรณ ซึ่งในขั้นตอนนี้ น่าจะใช้เวลา 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี เมื่อสมาชิกให้สัตยาบรรณแล้ว ความตกลงจึงจะมีผลบังคับใช้ได้ และทุกประเทศจะได้รับประโยชน์ตามสิทธิพิเศษที่ตกลงกันไว้


ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า นอกจากรัฐมนตรีจะตัดสินใจในระดับนโยบายใน 3-4 เรื่องที่ยังติดขัดแล้ว การประชุมครั้งนี้ ยังมีความคืบหน้าเรื่องอื่นๆ อีก โดยในการเปิดตลาดการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน สมาชิกตกลงกันได้แล้วกว่า 2 ใน 3 ของการเจรจาเปิดตลาดทั้งหมด ส่วนภาคผนวก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตลาดบริการ สามารถสรุปในเรื่องโทรคมนาคม การเงิน และวิชาชีพได้แล้ว ทำให้ปัจจุบันอาร์เซ็ปสรุปได้แล้ว 7 เรื่อง 3 ภาคผนวก จากทั้งหมด 20 เรื่อง 3 ภาคผนวก สำหรับเรื่องที่ยังคงค้างอยู่ ทั้ง 13 เรื่อง มีหลายเรื่องที่ใกล้จะหาข้อสรุปได้ในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ หากความตกลงมีผลบังคับใช้ สินค้าไทยหลายรายการจะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า, พลาสติกและเคมีภัณฑ์, ยานยนต์และชิ้นส่วน, ยางล้อ, เส้นใย, สิ่งทอ, เครื่องแต่งกาย, ผลิตภัณฑ์แป้งมันสัมปะหลัง และกระดาษ รวมถึงส่งเสริมให้การออกกฎระเบียบ และมาตรการด้านการลงทุนมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนจนเกินจำเป็น ช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในประเทศสมาชิกในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่ย ก่อสร้าง, ค้าปลีก ธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านสุขภาพ, ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และบันเทิง อย่างเทคนิคตัดต่อภาพและเสียง, การผลิตแอนนิเมชั่น อีกทั้งยังทำให้ไทยเปิดรับการลงทุนคุณภาพที่มีความต้องการ เพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นในประเทศ และต่อยอดเป้าหมายการส่งเสริมอุตสาหกรรม S curve เช่น การวิจัยและพัฒนา สิ่งแวดล้อม โทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ การศึกษา การซ่อมบำรุงรักษาชิ้นส่วนอากาศยาน เป็นต้น
ส่วนดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ๊อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ในภาพรวมถือว่าดี โดยทุกประเทศยืนยันที่จะร่วมกันผลักดันให้การเจรจาบรรลุผลสำเร็จ โดยเฉพาะในปัจจุบัน ที่บรรยากาศการค้าโลกมีความไม่แน่นอนสูง และทั่วโลกมีความกังวลมาก จึงส่งผลให้การเจรจามีความคืบหน้ามาก และสามารถหาทางออกในหลายๆ เรื่อง เช่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ซึ่งจะมีส่วนช่วยผลักดันให้การเจรจาจบได้ในสิ้นปีนี้ ส่วนคู่เจรจาบางประเทศของอาเซียน เช่น อินเดีย ที่มีความระมัดระวังในการเปิดตลาดนั้น ขณะนี้ ไม่มีปัญหาแล้ว
“ภาพรวมการประชุมถือว่าดี และหวังว่าการประชุมรัฐมนตรีครั้งต่อไปในเดือนก.ย.จะมีความคืบหน้ามากขึ้น โดยทุกประเทศยังมีความตั้งใจที่จะให้การเจรจาจบให้ได้ในสิ้นปีนี้ ส่วนการเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีอาร์เซ็ปครั้งแรกของนายจุรินทร์ ถือว่าสามารถดำเนินการประชุมได้ดี และทำให้การเจรจามีความคืบหน้ามากขึ้น”
CR:เดลินิวส์
