พฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2562 เวลา 12.00 น.
รายงานวิเคราะห์โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้มาอยู่ที่ 3.5% ท่ามกลาง “ความไม่แน่นอน” เรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และปัญหาเบร็กซิตซึ่งมีแนวโน้มส่งผลถึงสถานการณ์ในปีหน้าด้วย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( IMF ) ออกรายงานวิเคราะห์รายไตรมาสในสัปดาห์นี้ ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจของโลกในภาพรวมว่ายังคงได้รับผลกระทบจาก “ความไม่แน่นอน” ของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ และสถานการณ์เบร็กซิตระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรป ( EU ) ซึ่งความเป็นไปได้ของการที่สหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพในวันที่ 31 ต.ค. “แบบไม่มีข้อตกลง” เพิ่มสูงขึ้น ไอเอ็มเอฟจึงปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกลง 0.1% จากการวิเคราะห์เมื่อเดือนเม.ย. ลงมาอยู่ที่ 3.2% ในปีนี้ และ 3.5% ในปี 2563
แม้ไอเอ็มเอฟคาดการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐจะขยายตัวดีขึ้นอีก 0.3% ในปีนี้ โดยเพิ่มเป็น 2.6% แต่อุปสงค์ที่ลดลง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องที่เด่นชัดจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐกับอีกหลายประเทศนอกเหนือจากจีน จะส่งผลให้เศรษฐกิจของสหรัฐชะลอตัวในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ และปรับลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐในปีหน้าลงเหลือ 1.9% ขณะที่ทิศทางของเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นคู่ปรับสำคัญของสหรัฐประสบกับภาวะชะลอตัวมาระยะหนึ่งแล้ว แต่สถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่และแนวโน้มในอนาคตจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับเศรษฐกิจของจีน ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ และไอเอ็มเอฟปรับลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจจีนลง 0.1% ทั้งในปีนี้และปีหน้า อยู่ที่ 6.2% และ 6.0% ตามลำดับ.
CR:เดลินิวส์
